2500 กว่าปีแล้ว นักวิทย์ยังยืนยันว่า ศาสนาพุทธ สอนอย่างมีหลักการ ที่เป็นจริงที่สุด

วันนี้ เรื่องเล่าขอแนนำอักหนึ่งข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับพุทธศาสนาที่แม้แต้ทางวิทยาศาสตร์ยังยอมรับว่าเป็นคำสอนที่มีหลักการ มีเหตุ มีผลที่พิสูจน์ได้จริงๆ คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ผิดแม้แต่ข้อเดียว 84,000 พระธรรมขันธ์ ไม่มีข้อไหนที่ผิด นี่คือ ความล้ำค่าของคำสอนของพระพทุธเจ้า ไปติดตามกันเลยว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ปัญญาของพระพุทธเจ้า “อาตมาเห็นว่าเรื่อง ปัญญา นี้ เราไม่จำเป็นต้องไปเอาของฝรั่ง ซึ่งก็มีดีบ้าง เสียบ้าง แต่จะบอกว่า ระบบต่างๆ ปรัชญาต่างๆ ทั้งหมดของตะวันตก ขอให้จำไว้ให้ดีว่า เป็นปรัชญาแนวความคิดของ “ปุถุชน” ไม่ใช่ปัญญาที่เกิดขึ้นกับ “พระพุทธเจ้า” คือ “ผู้ที่รู้โลกและชีวิตตามความเป็นจริง” จะเห็นว่า..ระบบความคิดที่ถือว่าเฉียบแหลมที่สุดของฝรั่ง อย่างเช่น คาร์ลมาร์ค (Larl Marx) ของ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) เป็นต้น ไม่กี่สิบปีก็ทิ้งทั้งหมด แต่ของพระพทุธเจ้าเกือบทั้ง 2500 กว่าปี ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์ที่ไหนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า คำสอนของพระพทุธเจ้าผิดแม้แต่ข้อเดียว 84,000 พระธรรมขันธ์ มีข้อไหนที่ผิด ? นี่คือ ความล้ำค่าของคำสอนของพระพุทธเจ้า สองพันห้าร้อยปีที่ผ่านมาแล้ว ก็ยังไม่เคยมีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่า คำสอนของพระพทุธเจ้าผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากความจริงแม้แต่ข้อเดียว […]

Continue Reading

อย่าป่าวประกาศความทุกข์ของเรา ให้ทุกคนฟัง ต่อหน้า “รับฟัง” ลับหลัง “นินทา

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดดีๆที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้ เหมาะสำหรับคนที่มักจะนำเรื่องของตัวเองไปเล่าปรับทุกข์ให้คนอื่นฟัง การเล่าปรับทุกข์กับคนอื่นไม่ใช่เรื่องผิดแต่บางครั้งการปรับทุกข์ก็ต้องเลือกผู้รับฟังที่ดี ไว้ใจได้ เลือกคนที่จะไม่นำเอาเรื่องของเราไปพูดต่อในทางเสียหายหรือนำไปนินทาลับหลังนั่นเอง ลองไปอานบทความอย่าปรับทุกข์พร่ำเพื่อกันเลย คำโบราณที่เขาว่าไว้ อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคนคงเป็นจริงๆอย่างเขาว่า และ ยังคงใช้ได้ใน ทุกยุค ทุกสมัยการเที่ยวบอกความทุกข์ให้ทุกๆคนได้รับรู้ก็ไม่ต่างอะไรกับการประจานตัวเอง อย่าป่าวประกาศ “ความทุกข์” ของเรา ให้ทุกคนฟังเพราะ “บางคน” ต่อหน้าก็รับฟังแต่ “ลับหลัง” กลับนำไปนินทา ยิ่งรู้มาก ยิ่งช้ำใจ น้ำนิ่งๆในคลอง อาจไหล น้ำใส่ๆ ใช่ว่าจะสะอาด อาจขุ่นอยู่ด้านล่าง อย่าปรับทุกข์ “พร่ำเพรื่อ” อย่ารีบ “เชื่อใจใคร”อย่าเที่ยวไปเล่า “ความลับ” ของเราให้กับทุกคนรู้ รู้หน้า .. ไม่รู้ใจ คนสนิท ใช่ว่าจะไม่หักหลังธรรมชาติของ “ตา” มองไม่เห็นถึง “ใจ” ดังนั้น.. ธรรมชาติของ “ใจ” คน… ก็ไม่ควรตัดสินใคร ” ด้วยสายตา”คุณทำดีกับคนอื่น.. แต่ใช่ว่าคนอื่นจะดีกับคุณคุณไม่เคยนินทาให้ร้ายใคร แต่เป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่มีใครนินทา ให้ร้ายคุณ […]

Continue Reading

ยืมเงินเขาแล้วคืนเถอะ ผลกรรมมันแรงนะ คนให้ยืมเขาก็ลำบากเหมือนกัน

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนใจสำหรับใครที่เคยยืมเงินคนอื่นแล้วยังไม่มีเงินคืนเขาทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจคืน อยากจะบอกว่าผลกรรมมันแรงยืมแล้วก็ต้องคืนเขาไปเพราะไม่ใช่เงินของเราเพราะการไม่คืนก็เหมือนไปสร้างกรรมกับเขาอีกแล้วยิ่งไปยืมจากคนใกล้ตัวที่เป็นเพื่อนกันอาจจะทำให้เสียเพื่อนได้เพราะเรื่องยืมแล้วไม่คืน ไปติดตามกันเลยว่าผลกรรมสำหรับคนยืมเงินแล้วไม่คืนจะเป็นอย่างไร โดยสรุปได้ว่า ผลกรรมของการยืมเงินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะจะแปรไปตามเจตนาของผู้ยืม บางคนยืมแล้วเจตนาจะคืนแต่มีเหตุให้ไม่สามารถคืนได้ ผลกรรมย่อมแตกต่างจากผู้ที่ยืมและมีเจตนาว่าจะไม่คืน หรือบอกผลัดไปเรื่อยๆ ทำให้ผู้ให้ยืมเดือดร้อนใจ เป็นกรรมทางใจ อยู่ที่จะเลือกต่อเวรหรือหยุดเวร แม้ในทางโลกจะเหมือนเราเสียเงินให้เขาฟรีๆ แต่ทางธรรมคือเรายกหนี้กรรมให้เขาไปแบกแทน ให้ลองย้อนตั้งคำถามกับตนดูว่าสมควรจะโกรธแค้นตัวเสียชีวิตตัวแทนนี้อยู่หรือไม่? โดยเนื้อหาของบทความฉบับเต็มมีดังนี้ ยืมเงินแล้วไม่คืน ผลอาจไม่เหมือนกัน ต้องดูที่ตัวกรรมของแต่ละคน เมื่อรู้ว่ากรรมเป็นอย่างไร ก็จะพออนุมานถูกว่า ผลกรรมน่าจะประมาณไหน รูปแบบของกรรม แปรไปตามเจตนา รวมทั้งความสามารถ ที่จะทำให้สำเร็จตามเจตนาด้วย เช่น บางคนยืมด้วยความตั้งใจคืน อาจมีข้อสัญญาชัดเจนว่า จะคืนเมื่อใด ให้หรือไม่ให้ดอกเบี้ย แล้วคืนได้ตามนั้นพร้อมของแถมตามข้อตกลง ผลที่เกิดขึ้นทันที คือความผูกพันในทางดี เป็นที่น่าเชื่อถือสำหรับกันและกัน ฝ่ายให้ ถือว่าได้บุญที่ให้โอกาส ฝ่ายรับ ถือว่าได้บุญที่ได้ทำตามที่พูด มีความสุข มีความเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ บางคนยืมด้วยการตั้งใจคืน เสร็จแล้วคืนไม่ได้ ชนิดสุดวิสัย อย่างนี้ไม่ได้ตั้งใจโกง ไม่ได้ผิดศีลข้อ ๒ แต่ผลที่เกิดขึ้นทันทีในชาติปัจจุบัน คือ ความทรมานใจ การขาดความนับถือตัวเอง และการไม่เป็นที่น่าเชื่อถือของคนอื่น ส่วนผลในชาติถัดไปก็พอสมน้ำสมเนื้อ […]

Continue Reading

น้ำที่ใสเกินไปก็ไร้ปลา คนที่ซื่อตรงเกินไปก็ไร้มิตร

วันนี้ เรื่องเล่า ขอนำเสนอข้อคิดเตือนใจดีๆสำหรับใครที่เป็นคนซื่อตรง พูดจาตรงๆไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา บางครั้งการพูดตรงๆก็มีประโยชน์แต่บางครั้งการพูดตรงเกินไปก็อาจจะไปทำร้ายจิตใจคนอื่นได้ ดังคำที่เขาว่าน้ำที่ใสเกินไปก็ไร้ปลา คนที่ซื่อตรงเกินไปก็ไร้มิตร เราลองไปอ่านข้อคิดดีๆกันเลยว่าควรปรับตัวอย่างไรให้เป็นคนไม่ตรงจนเกินไป คนเราไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันเพื่อ “เอาชนะ” ในทุกเรื่องหรอก ถอยสักก้าว คลื่นลมจะสงบ เพราะน้ำที่ใสสะอาดเกินไปไร้ปลา คนที่ “ชัดเจน” และ “ตรงเกินไป” ในทุกเรื่องก็ไร้เพื่อน ทะเลาะกันในครอบครัว ต่อให้ชนะ “ความผูกพันก็หมดไป” ทะเลาะกับคนรัก ต่อให้ชนะ “ความรักก็จืดจางไป” ทะเลาะกับเพื่อน ต่อให้ชนะ “มิตรภาพก็สูญหายไป” ทะเลาะกันเพราะ “เหตุผล” ที่เสียหายคือ “ความสัมพันธ์” สีดำ ก็คือ สีดำ สีขาว ก็คือ สีขาว “ให้โลกเป็นผู้พิสูจน์”… เถอะ !! คนอื่นช่วยเราเราจะจำชั่วชีวิต… เราช่วยคนอื่นจงอย่าจำใส่ใจ น้ำใสสะอาดเกินไปย่อมไร้ซึ่งมัจฉา… หัวหน้าที่เข้มงวดเกินไปย่อมไร้ซึ่งบริวาร วางอคติ และ ความคิดของตนลง คุณจะกลายเป็นคนใจกว้างขึ้นมาทันที บางเรื่อง ยอมเปิดทางให้เขาหนึ่งศอก สักวันเขาจะเปิดทางให้คุณหนึ่งวา เพราะมีหู ก็ต้องได้ยินทั้ง คำดี […]

Continue Reading

สิ่งไหนเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ เราไม่จำเป็นต้องอยากกลับไปแก้ไขอะไร

วันนี้ เรื่องเล่าจะขอนำเสนอข้อคิดดีๆ สำหรับใครที่อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดพลาดในอดีต ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่าสิ่งไหนเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ เราไม่จำเป็นต้องอยากกลับไปแก้ไขอะไรเพราะทุกอย่างเป็นไปตามสัจธรรมของมันอย่าไปยึดติด เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง ไปลองอ่านข้อคิดดีๆกันเลย เมื่อมีเรื่องราวเกิดขึ้นไม่ว่าดีหรือร้าย จงคิดว่านั่นคือสิ่งที่ดีเสมอ มันดีแล้วที่มันเกิดขึ้น เราไม่จำเป็นต้องอยากที่จะกลับไปแก้ไขอะไรทั้งนั้น จงเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้น แล้วทำวันต่อๆไปให้ดีที่สุด การคิดบวกคือการมองโลกในแง่ดี คือการเข้าใจว่าในเรื่อง ๆ หนึ่งมีทั้งดีและไม่ดี แต่เลือกที่จะมองหรือคิดในด้านที่ดี เพื่อทำให้เกิดความคิดที่สร้างสรรค์ เกิดพลังที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองและสิ่งรอบตัว แต่ต้องไม่ใช่การคิดบวกแบบโง่ ๆ หรือปลงโดยไม่มีปัญญามากำกับ คนคิดบวกแบบโง่ ๆ คือคนที่เจอปัญหาแล้วคิดว่าใคร ๆ ก็มีปัญหากันทั้งนั้น ไม่เป็นไร ไม่ต้องแก้ก็ได้ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง คนเราต้องคิดบวกแบบมีปัญญา มองบวกแบบยอมรับความจริง และรับมือกับความจริงด้วยทัศนคติเชิงบวก เช่น คนโง่พอป่วยก็จะหลอกตัวเองว่าไม่ป่วย แต่คนฉลาดจะยอมรับว่าป่วยก็คือป่วย หาวิธีดูแลตัวเองไม่ให้ป่วย และทำให้การป่วยเป็นโอกาสทองของการเรียนรู้ เพราะคนมองบวกจะเอาปัญญาได้จากทุกเรื่อง การที่เราจะเป็นคนคิดบวกได้นั้นไม่ได้เริ่มต้นได้ทันที แต่ต้องเข้าใจความเป็นไปของโลกพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องของ “ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่ไร้ประโยชน์” และ “สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ” ที่เราต้องเข้าใจ ยอมรับและทำให้ได้ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีสิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด.. “ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่ไร้ประโยชน์” และ “สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ” […]

Continue Reading

อย่าคาดหวังอะไรจากใคร สัจธรรมของชีวิต สอนให้เรารู้จักปล่อยวาง

วันนี้ เรื่องเล่า มีข้อคิดดีๆมาฝากกันสำหรับใครที่กำลังหมดหวัง หมดกำลังใจจากการผิดหวังจากใครซักคนที่ไม่ให้ความช่วยเหลือกับเราในยามเดือดร้อน แต่ตอนเขาเดือดร้อนเรากลับยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพราะนี่แหละคือ สัจธรรมของชีวิต คุณรู้หรือไม่ว่า แท้ที่จริงแล้ว มีความหมายว่าอย่างไร? ไปติดตามกันเลย ตอนเกิด คุณก็เกิดมาคนเดียว ตอนจากโลกไป คุณก็จากไปอย่างลำพัง อย่าคาดหวังว่าใครจะอยากตามคุณไป หมาไม่ขโมย ลองเอาไก่ทอดไปวางตรงหน้าดิ พี่น้องรักกันมาก ลองคุยเรื่องทรัพย์สิน มรดกดูดิ บริษัทให้ความสำคัญมาก ลองต่อรองเงินเดือนดูดิ แฟนไม่มีทางเป็นอื่น ลองห่างกันไปนานๆ ดูดิ เพื่อนรักรู้ใจกันมาก ลองขอความช่วยเหลือดูดิญาติมิตรดีต่อกันมาก ลองไม่มีเงินดูดิ อย่าคาดหวังอะไรจากใครๆ เพราะสุดท้าย เมื่อคุณค้นพบว่า… คนรอบข้างไม่เป็นอย่างที่คาดหวังให้เป็น คุณจะผิดหวัง และเสียใจมาก นี่คือเรื่องจริง เราจึงไม่ควรคาดหวังอะไรในการคบคน คบได้ ทำดีด้วยได้ แต่ไม่ต้องคาดหวังว่าใครจะดีตอบแทน เมื่อไม่คาดหวัง ก็ไม่ผิดหวัง เมื่อไม่ผิดหวัง ก็ไม่ทุกข์ เมื่อใดที่ไม่สบายจะมีคนบอกว่าหายเร็วนะ แต่ไม่มีใครซื้อยามาให้ เมื่อใดที่สิ่งของพังจะมีคนบอกว่าซื้อใหม่ได้ แต่ไม่มีใครซื้อให้หรอก เมื่อใดที่ร้อนรนจะมีคนบอกว่าใจเย็นๆ แต่ไม่มีใครพาไปสงบใจสักคน เมื่อใดลำบากจะมีคนบอกว่าเดี๋ยวก็ผ่านไป แต่ไม่มีใครสักคนช่วยเหลือ เมื่อใดที่เหนื่อยล้าจะมีคนบอกว่าพักบ้าง แต่ไม่มีใครเอาเงินให้ใช้หรอก เมื่อใดที่เจอภัยจะมีคนบอกว่าไม่ต้องกลัว แต่ไม่มีใครมาอยู่เคียงข้าง […]

Continue Reading

ทำ อย่างไร ให้ชีวิต สมหวัง ดั่งที่ ขอพรไว้

วันนี้ เรื่องเล่า มีเคล็ดไม่ลับมาฝากกันเกี่ยวกับการทำให้พรที่เคยขอไว้ประสบผลสำเร็จได้ดังใจหวัง ทุกคนไหว้พระ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ล้วนขอให้พรให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น รวยขึ้น มีความสุขขึ้นและอีกมากมายนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไหนเลยชีวิตถึงไม่สมำเร็จสมหวังดังใจเสียที ไปติดตามกันเลยเพราะเหตุใดชีวิตถึงไม่ดีขึ้นซักที ท่านว.วชิรเมธี ได้เคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับเด็ก 2 คนให้เหล่าลูกศิษย์ฟัง เรื่องมีอยู่ว่าเด็กชื่อปัณณ์และปุณณ์ หลานรัก หลานทั้งสองรู้หรือไม่ว่าในแต่ละวันมีคนที่อ้อนวอนขอให้พระเจ้าช่วยกันวันละกี่พันล้านคน และวันละกี่พันล้านหน หลานรู้หรือไม่ว่า ในบรรดาคนที่อ้อนวอนให้พระเจ้าช่วยนั้น มีกี่คนบ้างที่สมปรารถนา คนที่สมปรารถนาจากการช่วยเหลือของพระเจ้านั้น เขามีคุณสมบัติอย่างไร และคนที่อ้อนวอนแล้ว บูชาพระเจ้า สวดมนต์ขอพระองค์แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังผิดหวังเป็นเพราะเขาขาดคุณสมบัติอะไร หลานอยากทราบความแตกต่างของคนทั้งสองประเภทนี้ไหม เอาละ ถ้าหลานอยากทราบ ปู่มีนิทานจะเล่าให้ฟัง กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว… มีชายคนหนึ่ง เขามีความเชื่อว่า การสวดมนต์วันละ 3,000 จบจะทำให้เขาเป็นที่รักของเทพเจ้าเบื้องบน และเทพเจ้าจะโปรดประทานความสุขความเจริญให้แก่เขาตามที่ต้องการทุกประการ ด้วยความเชื่อเช่นนี้เอง ทุกวันก่อนนอนเขาจึงสวดมนต์ 3,000 จบ เขาทำอยู่อย่างนี้มาเป็นเวลาหลายปี แต่ชีวิตก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่เลิกสวดมนต์ เขายังคงเชื่อมั่นศรัทธาในเทพเจ้าอย่างแน่นแฟ้น เขามั่นอกมั่นใจว่าการสวดมนต์ของเขาจะต้องไม่สูญเปล่่าอย่างแน่นอน เทพเจ้าจะต้องได้ยินเสียงสวดมนต์ของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย อยู่มาวันหนึ่ง เกิดน้ำท่วมใหญ่ประชาชนพลเมืองพากันย้ายข้าวของขึ้นชั้นบนของบ้าน หรือไม่ก็ย้ายออกไปยังที่ที่ปลอดภัยในวันนั้น มีเจ้าหน้าที่จากกรมประชาสงเคราะห์เอารถบัสมาช่วยขนคนออกจากหมู่บ้านไปยังที่ที่ปลอดภัย แต่ชายนักสวดมนต์ไม่ยอมย้ายหนี เขาบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่ต้องห่วงเพราะเขามีเทพเจ้าคุ้มครอง ว่าแล้วเขาก็คุกเข่านั่งสวดมนต์ต่อไปดังหนึ่งไม่มีเหตุเลวร้ายอะไรเกิดขึ้น วันที่สอง น้ำเริ่มสูงขึ้น จนเขาต้องย้ายขึ้นไปอยู่บนชั้นสองของบ้าน คราวนี้มีเรือของเจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์เข้ามาแจกถุงยังชีพ และมารับเขาออกไปจากพื้นที่เสี่ยงภัย แต่เขาตอบปฏิเสธเหมือนเดิม จากนั้นก็พึมพำสวดมนต์อีก 3,000 จบ วันที่สาม น้ำสูงขึ้นจนมิดหลังคาบ้านนักสวดมนต์ผู้เปี่ยมศรัทธาย้ายตัวเองขึ้นไปยืนอยู่บนหลังคาบ้าน พลางสวดมนต์ต่อเทพเจ้าเบื้องบนให้ช่วยเขา ระหว่างนั้นเองมีเฮลิคอปเตอร์บินมาเหนือหลังคาบ้าน เจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์หย่อนบันไดลิงลงมาให้เขาปีนขึ้นไป เขาโบกมือปฏิเสธทั้งยังตะโกนสวนขึ้นไปว่า ไม่ต้องห่วง เขาแจ้งให้เทพเจ้าทราบแล้วด้วยการสวดมนต์3,000 จบ ถึงอย่างไรท่านก็ต้องคุ้มครองเขาให้ปลอดภัยแน่นอน เจ้าหน้าที่ช่วยผู้ประสบภัยส่ายหัวให้กับความดื้อของเขาแล้วก็บินหายไปจนลับสายตา วันต่อมา ชายหนุ่มนักสวดมนต์ผู้เปี่ยมศรัทธาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ใช่ในบ้านของเขา คราวนี้เป็นในนรก เพราะเขาจมน้ำตายตั้งแต่เมื่อวาน เมื่ออยู่ต่อหน้ายมบาลเขาโกรธมากที่ต้องมาตาย จึงถามยมบาลว่าทำไมคนที่ศรัทธาในเทพเจ้าอย่างเขา สวดมนต์วันละตั้ง 3,000 จบถึงต้องมาตายด้วยทำไมเทพเจ้าจึงไม่คุ้มครองเขา ยมบาลตอบแทนท่านเทพเจ้าว่า “เทพเจ้าท่านฝากให้ข้าพเจ้ามาอธิบายให้แกฟังว่าทำไมคนอย่างแกถึงต้องมาตายฟังให้ดีนะ “วันแรกที่น้ำท่วม เทพเจ้าท่านส่งรถมาช่วยแก แกก็ไม่ยอมขึ้นรถ “วันที่สอง ท่านส่งเรือมาช่วย แกก็ไม่ยอมขึ้นเรือ “วันที่สาม ท่านส่งเฮลิคอปเตอร์มาช่วยแกก็ไม่ยอมขึ้นเฮลิคอปเตอร์” “อ๋อ ทั้งรถ ทั้งเรือ ทั้งเฮลิคอปเตอร์ตกลงว่าเป็นคนของเทพเจ้าทั้งหมดเลยหรือ” “ก็ใช่น่ะสิ ท่านทุ่มเทเครื่องมือทุกอย่างเพื่อช่วยเจ้า แต่เจ้าไม่ยอมช่วยตัวเอง ในที่สุดเจ้าถึงต้องตายอย่างที่เห็นอยู่นี่ไง” เมื่อได้ฟังเช่นนั้น เจ้าหนุ่มผู้เปี่ยมศรัทธาก็หมดคำที่จะเถียงยมบาล เขาได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมอย่างไม่มีทางเลือก และนี่ก็เป็นข้อคิดเตือนใจสำหรับใครที่ชอบขอพร พรจะสำเร็จก็ต่อเมื่อเราลงมือทำจริงๆ การขอพรเป็นแค่คำขอยึดเหนี่ยวจิตใจให้เรามีกำลังใจที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จเท่านั้นแต่ถ้าอยู่เฉยๆก็ไม่มีพรไหนสำเร็จหรอกทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องหมั่นทำความดี คิดดี ทำดีและขยันทำมาหากิน รับรองว่าชีวิตดีขึ้นทันตาเห็น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

Continue Reading

เพราะ..ชีวิตทำทั้งบุญและบาป จึงสุขๆ ดิบๆ สุขก็ไม่สุด แต่ทุกข์กลับถึงที่สุด

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดดีๆที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เพียงแค่ลองอ่านดู มุมมอง ความคิดของคุณอาจจะเปลี่ยนคนเราเกิดมามีกรรมติดตัวทำให้ชีวิตคนเรามีทั้งทุกข์และสุขปะปนกันไป สุขก็ไม่สุด แต่ทุกข์กลับถึงที่สุด ดังนั้นไปติดตามกันเลยว่าจะทำอย่างไรชีวิตถึงจะมีทุกข์น้อยลงและสุขเพิ่มขึ้น เพราะผลย่อมเกิดจากเหตุ มีเหตุจึงมีผลเดิมทีข้าพเจ้าเป็นคนรักษาศีลตามอารมณ์ ยึดสัจจะวาจานานๆ ครั้ง แต่พอเรามี “สติ” มากขึ้นจึงปณิธานว่าอยากตั้งมั่นว่าจะรักษาศีลให้ได้ทุกวัน และมีสัจจะวาจา พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เคารพตัวเอง เชื่อหรือไม่ว่า ฝึกกายใจให้สัมพันธ์กันอยู่สักพัก ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตเจริญขึ้นมาก ความอัศจรรย์ใจบังเกิดหลายครั้ง คิดหวังอะไรก็สมความปรารถนา อยากทำบุญอะไรก็ได้ทำเพียงแค่เราคิด อยากทำอยากช่วย ชีวิตเจริญก้าวหน้าทั้งในหน้าที่การงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ครอบครัวจากต่างคนต่างไปก็หันมาพูดคุยและมีความสุขอีกครั้งคิดหวังสิ่งใด ก็ทำสำเร็จ แม้นมีอุปสรรคก็ฝ่าฟันไปได้ ด้วยแรงบุญ ใจที่ตั้งมั่นในคุณงามความดี บุญบารมีที่ทำย่อมส่งผลให้ตัวเราทันที ไม่ต้องรอ ไม่ต้องพลัดวัน คนไหนทำ คนนั้นย่อมได้ทันที แต่กว่าสำเร็จก็ต้องผ่านการฝึกตน บังคับตน ข่มใจตน ความยากมันอยู่ตรงนี้ หลวงพ่อจรัญ ท่านจึงบอกว่า “สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสนากรรมฐานเป็นยากิน” ทำสองสิ่งนี่ได้ ควบคู่กับการรักษาศีล มีสัจจะวาจา ชีวิตจะยิ่งกว่าเจริญ คนมีบุญมากไปไหนใครๆ ก็รัก เทวดาช่วยเหลือ ไม่ตกทุกข์ยากลำบากนาน ใครๆ […]

Continue Reading

เมื่อปราศจาก “ธรรมะ” แล้ว คน กับ สัตว์ จะต้องเหมือนกัน

วันนี้ เรื่องเล่า ขอนำเสนอข้อคิดดีๆจากพระพุทธทาสภิกขุเกี่ยวกับมนุษย์และสัตว์เมื่อปราศจาก “ธรรมะ” แล้ว คน กับ สัตว์ จะต้องเหมือนกัน เพราะไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ก็ต้องกิน ตื่น นอน มีประสาทรับรู้ในสิ่งต่างๆ เหมือนกันหมดแต่จะต่างกันตรงที่การมีธรรมะ เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง คนกับสัตว์ถึงได้ต่างกัน ลองไปอ่านกันเลย “สิ่งใดที่มนุษย์ทำได้เหมือนๆกับสัตว์ หรือสัตว์ทำได้เหมือนๆกับมนุษย์นั้น ไม่เป็นของแปลกเลย ดังที่ท่านได้ตรัสไว้เป็นหลักแต่โบ-รมโบราณ ก่อนพุทธกาลมาเสียอีกว่า… “อาหารนิทฺทาภยเมถุนญจฺ” – การแสวงหาอาหารกิน การแสวงหาความสุขจากการนอน ความรู้จักขี้ขลาด วิ่งหนีอันตราย และ การประกอบเมถุนธรรม (ร่วมปร ะเว ณี) “สามาญญเมตปฺปสภิ นรานํ” – ทั้ง ๔ อย่างนี้ มีได้เสมอกันในระหว่าง มนุษย์กับสัตว์ “ธมฺโม หิ เตสํ อธิโก วิเสโส” – ธรรมะเท่านั้น ที่จะทำความผิดแปลกแตกต่างระหว่างคนกับสัตว์ “ธมฺเมน หีนา ปสุภิ สมานา” – เมื่อปราศจากธรรมะแล้ว […]

Continue Reading

วิธี “เพิ่มบุญให้ตัวเอง” ทำได้ทุกคนเพียงตั้งใจทำ

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำเคล็ดลับดีๆในการเพิ่มบุญให้กับตัวเอง สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เพิ่มหรือเปลี่ยนการกระทำในชีวิตประจำวันเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น การทำบุญ คือ การเป็นผู้ให้ ให้ความรัก ให้ความรู้ ให้ความสนใจ ให้อภัยทาน ให้โอกาส ให้น้ำจิตน้ำใจแก่ผู้อื่น ให้สิ่งที่มี แม้กระทั่ง ให้เวลาแก่ตนเอง และครอบครัว ไปติดตามกันเลยว่าต้องทำอย่างไรบ้าง 1. สวดมนต์วันละ 1 บท หมั่นสร้างสมาธิให้ตนเอง ให้พระธรรมช่วยขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์มากขึ้น อาจเป็นบทสวดมนต์ง่ายๆ เช่นการแผ่เมตตา หรืออิติปิโส แต่หากมีเวลาหน่อยก็สวดพระคาถาชินบัญชร 1 จบ ก็จะดี 2. ดูแลพ่อแม่ ที่อยู่ในบ้านให้ท่านมีความสุข พ่อแม่คือพระประจำบ้าน จงอย่าทำให้ท่านเป็นทุกข์ใจ หรือหากมีโอกาสทำดีก็ควรหมั่นทำ อาจจะพาไปเที่ยว ซื้อของมาฝากท่าน เพียงเท่านี้ก็เป็นการทำบุญที่ดีมากแล้ 3. ตักบาตรตอนเช้าก่อนที่จะไปทำงาน ตื่นช้าขึ้นอีกสักนิด รู้จักการให้มากกว่าการรับ ชีวิตของคุณจะมีความสุขมากกว่าเดิมเยอะเลย 4. ไม่กินเนื้อสัตว์สัก 1 วันในสัปดาห์ จะได้ทั้งบุญและสุขภาพที่ดีในเวลาเดียวกัน 5. ถวายน้ำเปล่า 1 แก้ว […]

Continue Reading