พระคุณแม่ทดแทนไม่รู้หมด

กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่ ณ ต้นไม้ใหญ่ท้ายหมู่บ้าน มีเด็กชายคนหนึ่งเดินหงุดหงิดอยู่คนเดียว ปากก็บ่นไปว่า “ใช้อยู่ได้ วันๆใช้ทำโน่นทำนี่ เดี๋ยวให้ถูบ้าน เดี๋ยวให้ล้างจาน โอ้ย..เบื่อ ๆ ๆ ” เดือดร้อนถึงเทพผู้ให้กำเนิด ซึ่งเป็นผู้จัดให้เด็กๆมาเกิดในหมู่บ้านนี้ จึงแปลงกายเป็นผู้เฒ่าและปรากฎตัวพร้อมกับหมาน้อยตัวหนึ่ง ผู้เฒ่าถามเด็กน้อยว่า ” เด็กน้อยเจ้าบ่นอะไรอยู่เหรอ บอกเรามาเถอะเผื่อเราจะช่วยเจ้าได้ ” เด็กน้อยตอบ ” ก็แม่ของฉันนะสิ วันๆชอบใช้ให้ทำงานบ้าน ไม่เคยได้พัก ได้เล่นกับเพื่อนบ้างเลย ” ผู้เฒ่าหยิบก้อนอิฐขึ้นมาสองก้อน ” เอ้า ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็มาเล่นกับเราสิ เรามาแข่งกันถืออิฐนี้ไว้คนละก้อน ใครถือได้นานกว่ากันคนนั้นชนะ ” เด็กชายเห็นว่าเป็นเรื่องง่ายๆจึงตกลงเล่นด้วย เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เด็กน้อยเริ่มเมื่อยล้า และเบื่อจึงบ่น และขอยอมแพ้ ผู้เฒ่าก็พูดต่อว่า ” งั้นเจ้าเล่นกับลูกสุนัขตัวนี้ไหมหละ แต่ก่อนอื่นเจ้าต้องป้อนนมให้ลูกสุนัขตัวนี้ก่อนนะ ” เด็กน้อยตอบว่าก็ได้ แล้วเริ่มป้อนนมให้ลูกสุนัข ไม่นานลูกสุนัขก็ซนและไม่ยอมอยู่นิ่งเด็กน้อยก็เบื่อ แล้วก็บ่นพาลไม่ป้อนนมต่อ.. ผู้เฒ่าจึงสอนว่า “แม้แต่ก้อนอิฐ 1 ก้อนเจ้าก็ยกได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เทียบไม่ได้กับแม่เจ้า ซึ่งต้องอุ้มท้องเจ้าตลอดทั้งวันทั้งคืนนานถึง […]

Continue Reading

คนทำดีถูกนินทามักจะหวั่นไหว

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนสติดีๆ จากสมเด็จพระสังฆราช เกี่ยวกับคนทำดีถูกนินทามักจะหวั่นไหวมาฝากกัน นินทา” หมายถึง การกล่าวร้าย ให้ร้ายลับหลัง เพื่อให้เกิดความเสียหายกับผู้อื่นให้ได้รับความอับอาย เสียชื่อเสียง เกียรติยศและความเคารพนับถือ บนโลกนี้ไม่มีใครไม่ถูกนินทา ถ้าเราเชื่อมั่นในตัวเองว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกก้อย่าไปหวั่นไหว ไปติดตามข้อคิดเตือนสติดีๆกันเลย “คนทำดีถูกนินทา น่าจะทำใจรับได้ดีกว่าคนที่ทำไม่ดีที่ถูกนินทา” แต่เท่าที่ปรากฏดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น “คนทำดีถูกนินทามักจะหวั่นไหวท้อแท้ ถึงกับบางที่ไม่อยากจะทำดีต่อไป” ซึ่งไม่ถูก “ส่วนคนทำไม่ดีถูกนินทา มักจะไม่รู้ไม่ชี้เสีย แล้วก็ยังคงทำเหมือนเดิมต่อไป” ซึ่งก็ไม่ถูกอย่างยิ่ง นินทาที่คนทำดีได้รับ ควรเป็นเครื่องส่งเสริมให้ทำดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อเชื่อในกรรม ก็ต้องเชื่อว่านินทาที่ได้รับ ทั้งที่กำลังทำกรรมดีอยู่ในปัจจุบัน “นินทานั้นต้องเป็นผลของกรรมไม่ดี” ที่ได้ทำไว้ในอดีตแน่นอน “อันกรรมที่ทำไว้นั้น ไม่ว่าในอดีตนานไกลเพียงไหน ก็จะต้องให้ผลไม่วันใดก็วันหนึ่ง อาจจะช้าอาจจะเร็ว” แล้วแต่กรรมใดแรงกว่าก็จะให้ผลก่อน ที่ให้เร่งทำความดีให้ยิ่งขึ้นเมื่อถูกนินทา ก็เพื่อให้กรรมไม่ดี ที่ทำไว้ในอดีตอ่อนแรงกว่ากรรมดีที่ทำในปัจจุบัน ให้เป็นการเพิ่มพูนกรรมดีที่ทำไว้แล้วในอดีต ขอเน้นย้ำว่า “คนใดที่ทำกรรมดีแล้วถูกนินทา จงอย่าปล่อยใจให้เป็นทาสของความเศร้าหมอ ง จนเกิดความโกรธเคืองพย าบา ทหรือน้อยใจเสียใจ” แต่จงเร่งทำความดีให้ยิ่งขึ้น ต่อไปเท่านั้น .. ” และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อคิดดีๆ การที่เราทำสิ่งต่างๆนั้นเราย่อมรู้ตัวเราดีที่สุดว่าสิ่งที่เราทำนั้นดีหรือไม่ดี ถ้าทำดีแล้วยังมีคนนินทาก็ปล่อยเขาไป ให้เขาได้พูดเพราะสุดท้ายแล้วกรรมก็จะตกอยู่ที่เขาเพราะเขาพูดไม่จริง […]

Continue Reading

จิตที่ข่ มได้แล้วนำสุขมาให้

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนสติดีๆ จากสมเด็จพระญาณสังวร เกี่ยวกับจิตที่ข่ มได้แล้วนำสุขมาให้มาฝากกัน จิตนั้นเป้นสิ่งที่เอนอ่นได้ง่าย ถ้าไม่รู้จักควบคุมจิตให้ดีรับรองว่าจิตนั้นจะลอยหลุดไปหากิเลสซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียกับตัวเอง เมื่อเข้าสู่กิเลสก้จะมีแต่ความทุกข์มีแต่ ความโลภ โกรธ หลง เพราะควบคุมจิตใจตัวเองไม่ได้ ดังนั้นเราตองรู้จักข่ มจิตใจไว้ ควบคุมมันให้ได้ ไปติดตามกันเลยว่าถ้าควบคุมจิตได้จะมีความสุขจริงไหม อันสติและปัญญาเป็นสิ่งที่สำคัญที่จำเป็นในการข่ มจิตฝึกจิต “ปราศจากสติและปัญญาแล้วการข่ มจิตจะไม่เกิดผล จิตนั้นข่ มยาก” พระพุทธองค์ก็ทรงกล่าวไว้แล้ว “จิตที่ข่ มยาก จึงน่าเปรียบได้กับคนดื้อเกเรซึ่งเคารพเหตุผล” เพราะคนดื้อเกเรซึ่งเคารพเหตุผลนั้น เป็นคนที่อาจเอาชนะให้หายดื้อหายเกเรได้ ถ้าสามารถหาเหตุผลมาทำ ให้ยอมจำนนให้ยอมเชื่อว่า “ความดื้อเกเรทั้งหลายของเขานั้นไม่ดีอย่างไร” จิตที่ข่ มยากก็เช่นกัน “แม้อบรมสติปัญญาให้เกิดขึ้นเพียงพอ จนสามารถรู้ผิดชอบชั่วดีอะไรควรอะไรไม่ควรได้แล้ว จิตก็จะละสิ่งที่ผิดที่ชั่วที่ไม่ควรได้” เรียกว่า “สติและปัญญาสามารถข่ มจิตไว้ได้” ไม่ให้กวั ดแก ว่งดิ้ นร นท ะยา นอยากไปในสิ่งที่น่าใคร่น่าปรารถนาพอใจทั้งหลาย โดยไม่คำนึงถึงความดีไม่ดี ควรไม่ควรเสียเลย “จิตที่ข่ มได้แล้ว” หยุดก วัดแก ว่งวุ่ นว […]

Continue Reading

“จิตนี้ เหมือนใบไม้” หลวงปู่ชา สุภัทโท

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนสติดีๆ จากหลวงปู่ชา สุภัทโท เกี่ยวกับจิตนี้ เหมือนใบไม้มาฝากกัน จิต คือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ หรือธรรมชาติที่ทำหน้าที่ เห็น ได้ยิน รู้กลิ่น รู้รส รู้สึกต่อการสัมผัสถูกต้องทางกา ยและรู้สึกนึกคิดทางใจ ดังนั้นเมื่อเวลาเราปล่อยจิตไหลไปตามอารมณ์แล้วนั้นมันจะมีอำนาจเป็นตัวคว บคุ มการกระทำ การพูด การคิด การสั่งสมกรรมดี กรรมชั่วต่างๆ ไปติดตามกันข้อคิดเตือนสติดีๆ จากหลวงปู่ชากันเลย “ปกติของจิตเรานี้ก็เหมือนกัน เป็นจิตที่ใสสะอาด” เป็นจิตที่มีปกติไม่วุ่ นวา ย “ที่จะวุ่ นวา ยนั้นเพราะมันเป็นไปกับอารมณ์ มันหล งอารมณ์” พูดให้เห็นชัด อย่างขณะนี้เรานั่งอยู่ในป่ามีความสงบ เหมือนกันกับใบไม้ “ใบไม้นั้น ถ้าไม่มีลมพัดมันก็นิ่ง สงบระงับอยู่ ถ้ามีลมมาพัด ใบมันก็ก วัดแก ว่งไปตามลม จิตใจนี้ก็เหมือนกัน ถ้าอารมณ์มาถูก มันก็กวั ดแก ว่งไปตามอารมณ์” “ยิ่งมันไม่รู้เรื่องธรรมะแล้ว ก็ยิ่งปล่อยไปตามอารมณ์ของเจ้าของเรื่อยไป” อารมณ์สุขก็ปล่อยตามไป อารมณ์ทุกข์ก็ปล่อยตามไป วุ่ […]

Continue Reading

มีสติเป็นสมาธิแล้ว เอาธรรมเข้าแก้ความโลภ

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนสติดีๆ เกี่ยวกับการระงั บความโลภมาฝากกัน ความโลภนั้นเป้นหนึ่งใน 3 กิเลสที่คอยกั ดกินจิตใจของเราให้ไปในทางไม่ดี ซึ่งถ้าให้เปรียบเปรยความโลภก็คงเหมือนกับรูปดอกบัวแสดงถึงความโลกที่เกาะกินใจเรา โดยช่อดอกบัวเปรียบเหมือนความโลภ ส่วนแกนหรือฟักบัวคือตัวเราที่ล้อมรอบไปด้วยความโลภ หรือ กิเลสที่คอยยั่ วย ุให้เราหล งผิด ไปร่วมกันหาวิธีระงั บความโลภกันเลยว่าต้องทำอย่างไร อันดับแรก ระงั บความโลภด้วยการ เฉย หรือ วางเฉย ไม่แสดงอาการของความโลภออกมา เฉยไว้ อันดับแรกคือ ให้เราเฉยและมองดูอารมณ์คือความโลภที่มันร้อ นอยู่ภายในกายใจ ให้เราจั บอารมณ์ หรือ ความรู้สึกถึงความโลภ มีลักษณะเป็นอย่างไร มันแน่น หรือ เป็นอย่างไร ให้พิจารณาดู พยายามรู้อารมณ์คือความโลภ จั บให้ได้ มีสติรู้บ้าง ไม่มีสติบ้าง อารมณ์คือความโลภ ก็จะบรรเทาเบาบางลง เหมือนเรากำลังจ้องมองอะไรสักอย่าง เมื่อจ้องมากๆ อารมณ์ความโลภ หรือ ความโลภ มันจะอาย หรือหนี หรือไม่ก็หยุดอาก ารนั้นได้ทันท่วงที […]

Continue Reading

“ชนะตนนั่นแหละ..เป็นดี” หลวงปู่ศรี มหาวีโร

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนสติดีๆ จากหลวงปู่ศรี มหาวีโร เกี่ยวกับความชนะตนนั่นแลดีมาฝากกัน อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย = อัตตา หะเว ชิตัง เสยโย = ชนะตนนั่นแลดีกว่า คำว่า “ชนะตน” หมายถึง ชนะใจตนเอง ชนะกิเลสที่หลอกให้โลภ ให้โกรธ ให้หลง เพราะโดยธรรมดา มนุษย์เราแพ้กิเลสอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นไปติดตามกันเลยว่าชนะตนนั้นดีกว่าชนะเรื่องอื่นอย่างไร ชัยชนะเป็นความปรารถนาของสิ่งมีชีวิตทั้งปวงเพราะเป็นสิ่งที่ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการต่ อสู่เพื่อแส วงหาอาหารของสัตว์ป่ า การทำส งครา มเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการของผู้มีอำนา จ การต่ อสู่เพื่อคร อบครอ งดินแดน เป็นชัยชนะที่ทำให้เกิดศั ต รูหรือเป็นคู่ป รปั กษ์กัน ไม่ได้นำมาเพื่อสันติภาพ เพราะเป็นชัยชนะที่สร้างความเกลี ยดชั ง ความอ าฆ า ต จอวเวรกันมากขึ้นและจะเกิดการต่ อสู่ไม่มีที่สิ้นสุด […]

Continue Reading

เพียงจิตคิดมิชอบเท่านั้น ก็บาปแล้ว

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนสติดีๆ เกี่ยวกับการความดีที่ทำแล้วได้ผลใหญ่มาฝากกัน เข้าใจว่าจิตของคนเรามันมีปกติคิดไปในเรื่องไม่ดีอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เนืองด้วยจิตมีอวิชชาคือความไม่รู้ จึงไหลไปหากิเลส โลภ โกรธหลงอยู่ตลอด ในสมองของคนเรานั้นเหมือนความคิดมักจะถูกแบ่งฝั่งเป้นฝั่งนางฟ้ากับฝั่งซาตาน เพราะบางครั้งความคิดก็เกิดขัดแย้งกันเองในจิตใจ อีกฝ่ายคิดชั่วเป็นบาป แต่อีกฝ่ายคิดดีเป็นบุญ แต่ใครเลยจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเพียงแค่คิดไม่ดีก็เป็นบาปแล้ว เพียงแค่จิตเราเอนเองไปทางไม่ดีก็ส่งผลให้เราสะสมบาปมากขึ้น ไปติดตามเรื่องราวดีๆ ช่วยเตือนสติกันเลย ความดีที่ทำแล้วได้ผลใหญ่ มีเจตนาเป็นที่ตั้ง หากเจตนานั้นเป็นไปในทางที่ผิด ก็มีผลใหญ่ได้เหมือนกัน มีเรื่องเล่า ในสมัยหนึ่ง มีขุนนางท่านหนึ่ง ได้ถู ก ยมบาล ลา กตัวไปนรถ ได้นำบั ญชีดำมาตรว จสอ บดูว่าทำอะไรผิดไป ปรากฏว่ามีความผิดมากว่าความดี ขุนนางจึงได้ถามย มบาลว่า ทำไมความผิดของเขาถึงได้มากกว่าความดี ทั้งที่ตนมีอายุ แค่ 21 ปี เท่านั้นเอง ย มบาลได้ตอบว่า “เพียงจิตคิดมิชอบเท่านั้น ก็บาปแล้ว” จะถูกบันทึกไว้ในจิตของเราเอง จะเป็นเงาตามตัวเราไปทุกหนทุกแห่ง ทุกที่ที่เราเดิน ทุกที่ ที่เราไป มันจะถูกสะสมและตามให้ผลทุกภ พทุกชาติที่เราเกิด ตายไปก็ยังตามให้ผลในนร ก […]

Continue Reading

“อำนา จวาสนา ต้องอาศัยความเพียร” หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนสติดีๆ จากหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เกี่ยวกับอำน าจวาสนา ต้องอาศัยความเพียรมาฝากกัน บางคนอาจจะมีความสุขและความพึงพอใจในวิถีชีวิตของตน แต่หลาย ๆคนยังคงสับสนกับชีวิตที่ไม่ค่อยลงตัวเท่าไรนัก บางคนอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตเสี ยใหม่ อยากเป็นคนใหม่ที่สมบูรณ์พร้อมในทุกสิ่ง ไปติดตามกันเลยว่าถ้าอยากมีอำนาจวาสนาดีแบบคนอื่นเขานั้นต้องทำอย่างไร ” การสร้างวาสนาให้สมบูรณ์ขึ้นมา “ให้มีอำนาจวาสนามาก ก็สร้างที่ตัวเราเอง” สร้างทีละเล็กละน้อย สร้างไม่หยุดไม่ถอยก็สมบูรณ์ไปเอง เช่นเดียวกับปลว กมันสร้าง “จอ มปล วก” ได้ใหญ่โตขนาดไหน ขุ ดเป็นเดือน ๆ ก็ไม่รา บ เมื่อจะ ขุ ดให้มันรา บเหมือนที่ดินทั้งหลาย “ฟั นมันสองซี ่เท่านั้นแหละ มันสามารถสร้างจอ มปล วกได้เกือบเท่าภูเขา” นี่แหละความพากเพียรของมัน เรามีความสามารถฉลาดในอุ บา ยวิธีต่าง ๆ ยิ่งกว่าปล วก “ฟั นเราก็หลายซี ่กำลังของเราก็มากยิ่งกว่าปล วก” ทำไมเราจะสร้างตัวเราให้มีความสูงเด่นขึ้นไม่ได้ “ถ้าเรามีความเพียรเหมือนกับปล […]

Continue Reading

“ผู้จ้องตำห นิคนอื่น เป็นผู้มีบาป” สมเด็จพระสังฆราชเจ้า

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนสติดีๆ จากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า เกี่ยวกับผู้ว่าเขาเป็นผู้มีบาปมาฝากกัน การตำห นิติเตีย นผู้อื่น หรือ การกล่าวโทษผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง เป็นการสั่งสมโท ษและบาปใส่ตนให้ได้รับความทุกข์ ถึงเขาจะผิดจริงมันก็เป็นเรื่องของเขาเอง เขาก็รับโท ษของเขาเองไม่เกี่ยวกับเรา แต่ถ้าเราไปตำห นิติเตีย นเขาจะเป็นการเพิ่มสิ่งก่อกวนจิตใจตนเองให้ขุ่ นมัวให้ฟุ้ งซ่า นไปด้วย กลายเป็นว่าเราเดื อดร้อนวุ่ นวายใจที่คิดตำห นิผู้อื่นจนอยู่ไม่เป็นสุข ไปติดตามข้อคิดเตือนสติดีๆ กันเลย ” บาปอ กุศลทั้งปวงเกิดจาก กาย วาจา ใจ ของแต่ละคน ของตนเองโดยเฉพาะ “บาปอ กุศลของตนไม่ได้เกิดแต่ กาย วาจา ใจ ของผู้อื่น” เรียกตามภาษาที่พูดกันว่า “ของใครของมัน” ของใครผู้ใดต้องใครผู้นั้นทำ เป็นของต ายตัวเช่นนี้ “ไม่มีใครจะทำใครให้มีบาปอ กุศลได้” ถ้าตัวเองของผู้นั้นมิได้ทำ ผู้ที่คิดว่า “คนนั้นไม่ดีคนนี้ไม่ดี แล้วตำห นิติเตีย นไปต่าง ๆ […]

Continue Reading

จงเมตตาผู้อื่น เท่ากับเมตตาตัวเอง

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนสติดีๆ เกี่ยวกับจงเมตตาผู้อื่น เท่ากับเมตตาตัวเองมาฝากกัน เมตตา คือ ความรักใคร่ ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข มีจิตอันแผ่ไมตรีและคิดทำประโยชน์แก่มนุษย์สัตว์ทั่วหน้า การที่เราทุกคนบนโลกนั้นไม่ว่าจะคน จะสัตว์ ธรรมชาติหรืออะไรก็ตามแต่นั้นเราต้องรู้จักเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน มีน้ำใจต่อกันถึงจะทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไปติดตามข้อคิดเตือนใจดีๆ กันเลย อย่าทำทานหวังรวย แต่จงทำทานเพื่อละกิเลสการรู้จักแบ่งปันคือกระจกสะท้อนสภาวะจิตใจของคนๆ นั้นบางคนให้ได้น้อยทั้งที่มีมากบางคนให้ได้มากทั้งที่มีน้อยสิ่งเหล่านี้เกิดจากอะไร…โลกใบนี้อยู่ได้เพราะการให้ มิใช่การรับหน้าที่ของเราจึงต้อง “ให้” เพื่อให้โลกอยู่รอดโลกอยู่ได้ เราก็อยู่ได้โลกอยู่ไม่ได้ อย่าหวังเลยว่า เราจะรอด การให้ผู้อื่นหากมองเพียงผิวเผินอาจดูว่าสู ญเสี ยแท้จริงหาได้เป็นเช่นนั้นเลยการให้คือการรับ…รับความสุข ความปิติ รอยยิ้ม และการปล่อยวางเราจะ “ได้” ในสิ่งเหล่านี้เมื่อเราเป็น “ผู้ให้”การให้ผู้อื่น เป็นการให้ตนเองให้จิตวิญญาณของตนเองได้เติบโตเมื่อจิตวิญญาณเติบโตเราจึงรู้จักคำว่าอิสระอย่างแท้จริงวันหนึ่งไม่ช้าเราต้องคืนทุกสิ่งสู่โลกคืนร่างกาย คืนทรัพย์สินคืนลมหายใจ ทุกอย่างต้องทิ้งไว้ให้โลกเมื่อถึงเวลา การให้ทั้งที่มีชีวิตอยู่จึงสอนให้เราไม่เสียดายสิ่งต่างๆ เมื่อถึงวันสุดท้ายของชีวิต“มีขนมปังหนึ่งชิ้น กินไปก็อิ่มไม่นานแต่ถ้ายกขนมปังชิ้นนี้ให้ผู้ที่หิวกว่า เราอาจอิ่มไปทั้งชีวิต”จงเป็นผู้ให้แบบไม่มีเงื่อนไขจงเป็นแสงสว่างส่องทางจงเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีน้ำใจจงเป็นผู้ให้โอกาสกับผู้คน .. เพราะเรา คือ หนึ่งเดียวกันเป็นจิตวิญญาณที่มาสร้างบารมีในร่างกายของความเป็นมนุษย์ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อคิดดีๆ เตือนใจให้ทุกคนรู้จักเมตตาคนอื่นเหมือนกันที่เราเมตตาตัวเอง เพราะความเมตตานั้นคือคุณธรรมที่สำคัญในการอยู่ร่วมกัน เหมือนกับคำพูดที่ว่าเมตตาธรรมค้ำจุนโลกนั่นเอง การแผ่เมตตาหรือการปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขแม้บุคคลนั้นไม่ได้ทุกข์ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เราได้บุญอีกทั้งคนที่เราแผ่บุญได้ก็ได้บุญ

Continue Reading