พุทธคุณเด่นรอบด้าน “พระนาคปรกใบมะขาม” ของหลวงพ่อเงิน วัดท้ายตลาด … จิ๋วแต่แจ๋ว!

เรื่องเล่า

วันนี้ เรื่องเล่าขอแนะนำเครื่องรางสุดศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังมาฝากกัน ซึ่งเครื่องรางชิ้นนี้เรียกได้ว่าเป้นพระประจำวันเกิดของคนเกิดวันเสาร์ นั่นก็คือ พระนาคปรกนั่นเอง แต่นี่ไม่ได้เป็นแค่พระนาคปรกธรรมดาแต่เป็นพระนาคปรกใบมะขามของ พระสนิทสมณคุณ หรือ หลวงพ่อเงิน ที่วัดท้ายตลาด เรียกได้ว่าหลายคนเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านและนิยมหาเครื่องรางที่พ่อท่านปลุกเสกมาบูชากัน ไปติดตามประวัติความเป็นมาและความศักดิ์สิทธิ์กันเลย

คติความเชื่อในเรื่อง “พญานาค” กับ “ศาสนา” มีให้เห็นทั้งในศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนามาช้านาน สำหรับศาสนาพราหมณ์ “นาค” มีความสำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น บัลลังก์ขององค์พระวิษณุในไวกูณฑ์ ที่เรียกว่า ‘วิษณุอนันตศายินปัทมะนาภะ’ หรือ ‘นารายณ์บรรทมสินธุ์’, เรื่องราวของนาคที่เป็นศัต รูกับพญาครุฑ ใน ‘ครุฑปุราณะ’, เรื่อง ‘พญานาควาสุกรี’ ที่พันรอบเขามิลินทระในคราวกวนเกษี ยรสมุทรเพื่อทำน้ำอ ม ฤต, การเป็นเทพพาหนะของพระวรุณ หรือพระพิรุณ ซึ่งทำหน้าที่ให้ฝน, การเป็นสัตว์สำคัญที่เฝ้ามหานทีสีทันดรล้อมรอบเขาพระสุเม รุ ตลอดจนการกล่าวถึงนาคในปุราณะต่างๆ ส่วนทางพุทธศาสนานั้น เป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไปแล้วว่า มีความนิยมสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก อันเกี่ยวเนื่องกับพญานาคที่ชื่อ “มุจรินทน์” ซึ่งมาแ ผ่พั งพ านปกป้องพระพุทธองค์ และกลายเป็นพระประจำวันเสาร์ นอกเหนือไปจากเรื่องพญานาคเลื่อมใสในพุทธศาสนา ถึงขนาดปล อมต นมาขอบวชจนเรียกว่า “บวชนาค” มาจนถึงปัจจุบันนี้ นอกจากนั้น ‘นาค’ ยังสัมพันธ์กับพงศาวดารเขมร ซึ่งกล่าวกันว่า เป็นต้นบรรพบุรุษของขอมโบราณ และมักมาปรากฏช่วยสร้างเมืองอยู่เสมอ จนเมื่อชาวขอมจะสร้างศาสนาสถานต่างๆ ก็มักจะจำลองรูปพญานาคไว้ บ้างก็ถือว่านาคเป็นตัวแทนของสะพานสายรุ้งที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์ด้วย

“พญานาค” ดูจะเกี่ย วพั นและพั วพั นกับพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก หากพิจารณาอาคารสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา จะพบเห็นเค้าเงื่ อ นที่พญานาคทำหน้าที่ปกป้องดูแลอย่างจริงจัง เช่น การทำช่อฟ้า รวยระกา ใบระกา และหางหงส์ เป็นรูปพญานาคเลื้อยลงมา การทำคั นทว ยเป็นรูปนาค เรียกกันว่า “นาคทัณฑ์” ล้อมรอบอุโบสถหรือวิหารไว้ ‘ศิลปะพระพุทธรูปปางนาคปรก’ ที่เก่าแก่ในแถบบ้านเรา อาจจะนับ “พระพุทธรูปหินแกะสลัก ศิลปะเข มรแบบบาย น” ที่ปรากฏในแถบเมืองลพบุรี ครั้งขอมเรืองอำนาจและนับถือพุทธศาสนาแบบมหายาน นอกจากนี้ยังปรากฏในพระเครื่องชนิดพระแผงที่เรียกกันในวงการพระว่า “นารายณ์ทรงปื น” ซึ่งความจริงทำเป็นรูปพระปางนาคปรกอยู่กลางพระโพธิสัตว์อ วโ ลกิเตศ วรและพระนางปรัชญาปารมิตาประทับอยู่ซ้ายขวา ซึ่ง ‘พระปางนาคปรก’ ทั้งองค์พระพุทธรูปหินจำหลักและที่ปรากฏในพระแผงนั้น เป็นการจำลองพระพุทธรูป “พระชัยพุทธมหานาถ” ที่ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้ครองนครธม โปรดฯ ให้สร้างขึ้น 23 องค์ และพระราชทานไปประดิษฐานตามเขตแดนต่างๆ ที่เป็นขอบขั ณฑ สีมาในราชอาณาจักรของพระองค์ในสมัยนั้น

สยามประเทศ คงได้รับอิทธิพลการสร้างพระปางนาคปรกจากเขมรก่อนเป็นเบื้องแรก จึงเริ่มพบพระประเภทดังกล่าวตั้งแต่สมัยอยุธยา และเมื่อราชสำนักพยายามรวมรวมพุทธประวัติ ได้มีการสร้างพระปางต่างๆ ตามเรื่องราว ‘พระปางนาคปรก’ ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากแสดงออกถึงอิทธิฤทธิ์แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และแสดงความสัมพันธ์กับ “นาค” ได้ชัดเจนที่สุด ต่อเมื่อมีการจัดสรรให้เกิดพระปางประจำวัน เพื่อเข้าไปทดแทนการบูชาเทพนพเคราะห์ ซึ่งได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ไปจนถึง พระราหู พระเกตุทั้งเก้าดวง ซึ่งเป็นคติพราหมณ์ “พระปางนาคปรก” ก็ได้รับการจัดสรรให้เป็นปางประจำวันเสาร์ แทนดาวพระเสาร์แต่นั้นมา ซึ่งนอกเหนือจากการสร้างในรูปแบบพระพุทธรูปแล้ว สำนักต่างๆ ตลอดจนแวดวงพระเครื่องตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา เริ่มนิยมสร้างพระพิมพ์ขนาดเล็ก เพื่ออาราธนาพกติดตัวไปที่ต่างๆ ตามความเชื่อว่าจะช่วยปกป้อ งรักษาและคุ้ มกันภ ยั นต ราย หรือเพื่อบรรจุกรุ เจดีย์หรือมงคลสถานต่างๆ สำหรับ “พระนาคปรก” นั้น ก็มีการจัดสร้างในลักษณาการพระเครื่องประกอบในการจัดสร้างวัตถุมงคลด้วยตลอดมา

กาลต่อมา พระเถราจารย์ได้รังสรรค์พระเครื่องให้มีขนาดเล็กลงอีกในรูปแบบและขนาดเท่าใบมะขาม มีขนาดสูงประมาณ 1 ซ.ม. เท่านั้น โดยกรรมวิธีปั๊ มด้วยโลหะชนิดต่างๆ และนิยมเรียกพระสกุลนี้ว่า “พระปรกใบมะขาม” ซึ่งมีคติความเชื่อกันว่า ทรงพุทธคุณสูงส่งเด่นรอบด้าน จนเป็นที่กล่าวขานในวงการพระเครื่องว่า พระปรกใบมะขาม นั้น ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’ จึงกลายเป็นที่นิยมแ สว งหากันมากมาจนถึงปัจจุบัน พระนาคปรกใบมะขาม ที่ขึ้นชื่อลือชาที่สุดมาตั้งแต่อดีต ซึ่งในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องและเหรียญคณาจารย์รู้จักชื่อเสียงกันดีโดยไม่ต้องบรรยายสรรพคุณ คงไม่พ้น พระนาคปรก วัดท้ายตลาด ของ พระสนิทสมณคุณ หรือ หลวงพ่อเงิน

หลวงพ่อเงิน ธรรมปัญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดท้ายตลาด หรือชื่อเป็นทางการว่า “วัดโมลีโลกยาราม” เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเป็นที่เคารพเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ด้วยความมีศีลาจารวัตรงดงาม มีเมตตาธรรม และมีความส มถะ ทรัพย์ที่ได้มาจะทำนุบำรุงและบูรณะเสนาสนะต่างๆ ภายในวัดทุกครั้ง จนมีประวัติอยู่ในหนังสือ “คนดีที่ข้าพเจ้ารู้จัก เล่ม 2” พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ แม้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนับเป็นสหชาต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทักษิณานุปทานในงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบในทุกคราว

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องรางที่เริ่มหาได้ยากแล้วเพราะมีแต่คนแย่งหากันไปบูชา เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วพุทธคุณไม่ต้องพูดถึงเพราะเด่นในทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการเงินเพราะพญานาคนั้นมีสมบัติมาก เรียกทรัพย์เก่ง หากใครเลื่อมใสศรัทธาก็ไปหามาบูชากันได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเครื่องรางเป็นเพียงแค่เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล