พระนารายณ์ ตำนาน 1 ใน 3 เทพตรีมูรติ

เรื่องเล่า เรื่องนี้ RUNREAL จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักอีก 1 ใน 3 เทพ ตรีมูรติ กันครับ

นารายณ์  เป็นพระนามหนึ่งของพระวิษณุ แต่ทว่าชาวไทยส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับพระนามว่าพระนารายณ์ มากกว่า
เหตุที่มีพระนามแตกต่างกัน เนื่องจากมีบางคัมภีร์ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูเล่าว่า เดิมทีมีเทพเจ้าเพียงองค์เดียว คือ พระนารายณ์

ซึ่งเรียกว่าปรพรหม ซึ่งเป็นพระผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง เมื่อพระนารายณ์รำพึงถึงการสร้างโล ก ก็ทรงคำนึงถึงการปกปักรักษ า
แต่พระปรพรหมนั้นเป็นอรูปกเทพ คือ ไม่มีตัวตน จึงไม่สามารถที่จะสร้างโล กได้

จึงแบ่งภาคแยกร่างออกมาเป็น พระวิษณุ ซึ่งทรงประทานพระนามให้ และเมื่อพระวิษณุบรรทมหลับในเกษียรสมุทร ก็ทรงสุบินถึงการสร้างทุกสรรพสิ่ง ซึ่งพระวิษณุเป็นเทพผู้สร้างโล ก สิ่งมีชีวิต รวมถึงมนุษย์

และที่พระนาภีของพระองค์ก็บังเกิดมีดอกบัวหลวงผุดขึ้นมา และภายในดอกบัวนั้นก็มี พระพรหม ซึ่งเป็นหนึ่งในตรีมูรติอยู่ภายใน ซึ่งพระวิษณุก็เป็นผู้ให้กำเนิดพระพรหมด้วย


บางตำราก็กล่าวว่าเดิมมีพระนามว่า วิษณุ หรือ พิษณุ และได้เปลี่ยนเป็น นารายณ์ ในระยะหลัง โดยพระองค์มีสีพระวรกายเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยของโลก ในกฤตยุค ยุคแรกของโล ก ยุคที่คุณธรร มความดีของมนุษย์มีเต็มเปี่ยม

สีกายพระนารายณ์สีขาว ยุคที่สอง ไตรดายุค ธรรมะและคุณธรร มมนุษย์เหลือสามในสี่ สีกายพระนารายณ์เป็นสีแดง ยุคที่สาม ทวาปรยุค คุณธรร มมนุษย์เหลือครึ่งเดียว สีกายเป็นสีเหลือง ยุคปัจจุบัน เป็นยุคที่สี่ กลียุค คุณธรร มของมนุษย์ลดลงเหลือหนึ่งในสี่ สีกายพระนารายณ์ เปลี่ยนเป็นสีนิลแก่หรือสีดำ

พระนารายณ์ เป็นหนึ่งในสามมหาเทพ มีหน้าที่คุ้มครองแลดูแลรักษ าทั้ง ๓ โลกตามความเชื่อของชาวฮินดู จากคัมภีร์พราหมณ์ รูปร่างลักษณะมีพระวรกายจะมีสีที่เปลี่ยนไปตามยุค

ฉลองพระองค์ดั่งกษัตริย์ มีมงกุฎทอง อาภรณ์สีเหลือง มี ๔ กร ถือ สังข์ จักร ตรี คทา แต่ที่จะพบเห็นได้บ่อยที่สุดคือถือ จักร์ สังข์ คทา ส่วนอีกกรจะถือ ดอกบัวบ้าง หรือ ไม่ถืออะไรเลยบ้าง (โดยจะอยู่ในลักษณะ”ประทานพร”)

 


โดยปรกติ พระนารายณ์ จะทรงประทับอยู่ที่เกษียรสมุทร โดยส่วนมากจะทรงบรรทมอยู่บนหลัง อนันตนาคราช โดยมีพระชาย าคือ พระลักษมีมหาเทวี คอยฝ้าดูแลปรนิบัติอยู่ข้างๆเสมอ พาหนะของพระนารายณ์คือ พญาครุฑ


พระนารายณ์ มีอีกพระนามอีกอย่างหนึ่งว่า “หริ” แปลว่าผู้ดูแลแห่งจักรวาลถือเป็นเทพสูงสุด เพราะทุกอย่างเกิดจาก “หริ” โดย”หริ”ได้แบ่งตนเองออกเป็น ๓ คือ

พระพรหม มีหน้าที่สร้างและลิขิตสรรพสิ่งทั้งปวงในทั้งสามโล ก

พระวิษณุ หรือ พระหริ มีหน้าที่ดูแลทั้งสามโล กให้อยู่ในความเรียบร้อย และสมดุล

พระศิวะ มีหน้าที่ทำลายสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายทั้งปวงในโล กทั้งสาม

 


พระนามของพระวิษณุ พระนารายณ์ มีผู้ขนานนามเรียกขานจากความแตกต่างกันตามความเชื่อ พระนามตามฤทธิ์อำนาจ และตามเหตุการณ์ที่ต่างกันตามกาล อาทิ อนันตะ ไม่สิ้นสุด จตุรภุช มี ๔ กร มุราริ เป็นศัตรูแห่งมุระ นระ (นะระ) ผู้ชาย

นารายณ์ ผู้ที่เคลื่อนไปในน้ำ ปัญจายุทธ พระผู้ทรงอาวุธทั้ง ๕ อย่าง ปีตามพร ทรงเครื่องสีเหลือง ทโมทร มีเชือกพันเอาไว้รอบเอว กฤษณะ, โควินทะ, โคบาล ผู้เลี้ยงวัว ชลศายิน ผู้นอนเหนือน้ำ พระพิษณุหริ ผู้สงวน อนันตไศยน นอนบนอนัตนาคราช ลักษมีบดี

ผู้เป็นสามีของพระลักษมี วิษว์บวร ผู้คุ้มครองโล ก สวยภู เกิดเอง เกศวะ มีผมอันงาม กิรีติน ผู้ใส่มงกุฎ พระวิษณุ พระนารายณ์ ทรงประทับบนสวรรค์ เรียก ไวกูณฐ์ พาหนะ คือครุฑ พระวรกายสีนิล ฉลองดั่งกษัตริย์ มีมงกุฎ อาภรณ์สีเหลือง

มี ๔ กร ถือ สังข์ จักร ตรี คทา บ้างก็กล่าวไว้ว่าทรงถือ ดอกบัว ลูกศร ดอกไม้ หรือเชือกบ่วงบาศ หรือสายฟ้า อาวุธประจำที่ใช้ คือ สังข์ จักร คทา ธนู และพระขรรค์

พระนารายณ์ ๑๐ ปาง ในพระพุทธศาสนา

ในพระไตรปิฎกไม่มีการกล่าวถึงพระนารายณ์แต่ประการใดทั้งสิ้น แต่อาจเป็นไปได้ว่าชาวพุทธไม่ชอบการที่ฮินดูนำพระศาสดาของพุทธ ไปเป็นอวตารปางหนึ่งของมหาเทพของเขา (พุทธาวตาร) จึงมีการสลับปางที่ไม่สำคัญเข้ามาแทน


๑. ปางที่ ๑ วราหาวตาร(อวตารเป็นหมูเผือกเขี้ยวเพชร)


๒. ปางที่ ๒ กูรมาวตาร(อวตารเป็นเต่าทอง)


๓. ปางที่ ๓ มัตสย าวตาร(อวตารเป็นปลากรายทอง)


๔. ปางที่ ๔ นรสิงหาวตาร(อวตารเป็นเครื่องสิงห์)


๕. ปางที่ ๕ วามนาวตาร หรือทวิชาวตาร(อวตารเป็นพราหมณ์เตี้ย)


๖. ปางที่ ๖ มหิงสาวตาร(อวตารเป็นมหิงสาหรือควาย)


๗. ปางที่ ๗ อัปสราวตาร(อวตารเป็นนางฟ้า)


๘. ปางที่ ๘ รามาวตาร(อวตารเป็นมนุษย์ชื่อพระราม)


๙. ปางที่ ๙ กฤษณาวตาร(อวตารเป็นพระกฤษณะ)


๑๐ ปางที่ ๑๐ กัลกย าวตาร(อวตารเป็นมนุษย์เรียกว่า วีรบุรุษขี่ม้าขาว)

ความเชื่อในคตินิยม

พระวิษณุ หรือคนไทยมักเรียกว่า พระนารายณ์ มี ๔ กร และมีอาวุธอยู่ทั้ง ๔ พระหัตถ์ ประกอบด้วย ตรี คทา จักร สังข์ เป็นเทพผู้สร้างโล ก เทพผู้ถ่ายทอด สรรพวิชาช่างต่างๆ โดยได้รับพรและ พลังอันศักดิ์สิทธิ์มากมายจากพระอิศวร จึงมีฤทธิ์ไม่แพ้กัน

และยังมีความเชื่อว่า ใครบูชาท่านแล้วจะได้รับความคุ้มครอง และมีโชคลาภ แต่จะต้องเป็นคนมีสัจจะ รักษ าศีล รวมทั้งเจริญภาวนาเป็นที่ตั้ง

สำหรับผู้ศรัทธาที่จะไปขอพร ให้เตรียมเครื่องบูชาดังนี้

๑.มะพร้าวอ่อน ๑ ลูก

๒.ขนมอะไรก้ก็ได้ที่มีกลิ่นหอม รสหวาน

๓.นมสด

๔.ดอกบัวสีแดงพับ สองดอก

๕.พวงมาลัยดาวเรืองล้วน

๖.ธูปใช้๙ ดอก กลิ่นอะไรก้ได้ สีอะไรก้ได้ เมื่อจัดเครื่องบูชาไปที่เทวสถานดังกล่าวแล้ว ให้จัดใส่พานวางตรงหน้าเทวสถานรูปเคารพ

แล้วจุดธูป ๙ ดอก กล่าวดังนี้

โอม นะโม นารายะณายะ นะมะ ๙จบ

แล้วกล่าวบทขอพร๑ จบ

โอม สะศางขะจักรัม สะกิริตะ กุณตะลัม สปิตะวัสตรัม สะระสีรูเหกษณัม สะหาระวักษะสถะละ เกาสตุภะ ศริยัม นะมามิ วิษณุม ศิระสา จตุรภุซัมฯ

ลูกขอกราบองค์พระนารายณ์พระผู้คุ้มครอง ลูกชื่อ…. นามสกุล…… มากราบขอพรพระผุ้เป็นเจ้า ขอพระองค์ทรงเมตตาประทานพร….ตามอธิษฐาน….

BY.RUNREAL

ขอบคุณข้อมูลจากอินเตอร์เนต