“น้ำพริกเผา” ชาติไหนเป็นเจ้าของ

ชาติไหนเป็นเจ้าของ “น้ำพริกเผา”

ในเกาะลังกาเขามีน้ำพริกเผาอย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็น “ลังก๊าลังกา” คือเป็นของพื้นเมืองแท้ๆ ไม่มีใครเหมือน เขาเรียกว่า “สีนิสม์โพล์” (ออกเสียงว่า Seeni Sambol) คนไทยเจอะเข้าก็มักชอบรสชาติแล้วทักกันว่า “อ๋อ น้ำพริกเผานั่นเอง!”

ปัญหามีอยู่ว่า ทำไมชาวเกาะเห็นเป็นของพื้นเมืองเฉพาะ แต่คนไทยจับได้ว่าเป็นน้ำพริกเผาธรร มดาๆ คำตอบอยู่ที่

 

1. สายตาสั้น (หรือมองเฉพาะโลกตะวันตก ไม่ค่อยสนใจไยดีกับสัมพันธ์ที่เขาเคยมีกับโล กตะวันออก)
2. ความสับสนทางภาษา

ความกำกวมทางภาษ า

ภาษ าสิงหลของชาวลังกามีปัญหากับการออกเสียงวรรค “จ/ช” คล้ายคนลาว (ชาติ>ซาด) ชาวลังกาเรียกพระจันทร์ว่า “สันทะ” (เขาไม่มีตัว “ซ”) เรียก “จารีต” ว่า “สารีต” เป็นต้น

น้ำพริกเผาที่เขาเรียกว่า “สีนิสม์โพล์” ประกอบด้วยคำว่า “สม์โพล์” ซึ่งแปลว่า “น้ำพริก” ส่วนคำว่า “สีนิ” นั้นแปลได้ 2 อย่าง คือ “จีน” หรือ “น้ำตาลทรายขาว”

แต่เดิมชาวลังการู้จักเฉพาะน้ำตาลต้นตาล ซึ่งเป็นน้ำสีน้ำตาล จึงเหมาเรียกว่า “แปนนี” (น้ำผึ้ง) ต่อมามีสำเภาจีนเข้ามาขา ยน้ำตาลทรายขาว เขาจึงเรียกว่า “สีนิ” (จีน) ทำนองเดียวกับภาษ าอังกฤษเรียกถ้วยชามรวมว่า China เพราะใน 300-400 ปีที่ผ่านมา เครื่องเคลือบชั้นเยี่ยม (ลายคราม) มาจากจีน

มาในปัจจุบันน้ำพริกเผาลังกา “สีนิสม์โพล์” หนักไปทางเผ็ด แต่ชาวบ้านมักเติมน้ำตาลทรายขาวเข้าไปเล็กน้อยตามชื่อของมัน โดยลืมแล้วว่า “สีนิ” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “น้ำตาลทรายขาว” แต่ควรแปลว่า “จีน”

ว่าโดยสรุปเบื้องต้น ชาวลังกาลืมที่มาของน้ำพริกเผาและคิดว่าเป็นของเขาโดยเฉพาะ เพราะภาษ าพาหลง

สรุปเราก็ยังหาไม่ได้ว่าที่มาของ น้ำพริกเผา มาจากไหนกันแน่ แต่ที่แน่ๆถ้าได้กินกับไข่ต้มรึไข่เจียวอร่อยมากครับ

BY.RUNREAL

อ้างอิง (คัดลอกส่วนหนึ่งจากบทความ“ชาติไหนเป็นเจ้าของน้ำพริกเผา” เขียนโดย ไมเคิล ไรท ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม สิงหาคม 2550)