ต้นกำเนิดการ “นุ่งซิ่ น” ของสต รีไทยสมัยรัชกาลที่ 6

นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 แ ฟชันการแต่งกายของสต รีไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยอิ ทธิพ ลวัฒนธรร มตะวันตกที่หลั่ งไห ลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยสตรีในพระรา ชสำนักเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ปรับเปลี่ ยนวิธีการแต่งกาย ดังจะเห็นได้จากภาพเจ้าจ อมมา รดาเปี่ยม หรือสมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตาที่ทรงแต่งกายด้วยชุดแบบตะวันตก

 

ถึงสมัยรั ชกาลที่ 5 แ ฟชันการแต่งกายของสต รีในพระรา ชสำนักมีพั ฒนาการอย่างรวดเร็วกว่าสมัยใด ๆ ทั้งการนุ่งโจงกระเบน เสื้อแ พรจีนกระบอกเล็ก เสื้อแจ็กเก็ต เสื้อลูกไม้แขนพองหมูแหม ฯลฯ และเมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 6 แฟชันการแต่งกายของสตรีในราชสำนักก็ยังคงได้รับอิ ทธิพลจากตะวันตกเช่นกัน แต่ก็ได้รับอิ ทธิพลจากวัฒนธรร มไทยด้วย นั่นคือ การนุ่งซิ่ น

ในพระรา ชสำนักปราก ฏว่ามีเ จ้าน ายสต รีนุ่งซิ่ นมาก่อนแล้วคือ พระราชชาย า เจ้าดารารัศมี แต่ก็เป็นการแต่งกายในพระตำหนักของพระองค์เท่านั้น เอนก นาวิกมูล เขียนเรื่องการนุ่งซิ่ นไว้ในหนังสือ หมายเหตุประเทศสย าม เล่ม 5 อธิบายไว้ว่า “พระราชนิยมนุ่งผ้าซิ่ นคงเริ่มหลัง พ.ศ. 2463 เพราะผู้เขียนค้นพบบทความในหนังสือพิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2463 เขียนชักชวนให้สต รีนุ่งผ้าซิ่ น อย่ า ‘ดั ดจริ ต’ นุ่งกระโปรงฝรั่ง เพราะพระร าชินีในอนาคตคือ พระวรกัญญ าปทาน ได้ทรงนำนุ่งผ้าซิ่ นขึ้นแล้ว”

นอกจากนี้ ในหนังสือ เรื่องของคนห้าแผ่นดิน อัตชีวประวัติของท่านผู้หญิงดุษ ฎี มาลากุล ธิดาเจ้าพระย ามหิธร (ลลอ ไกรฤกษ์) และเป็นภรรย าของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ซึ่งท่านผู้หญิงเคยอยู่ในพระรา ชสำนัก เล่าเรื่องการนุ่งซิ่ นไว้ว่า ในงานประกวดภาพวาดของจิตรกรสมัครเล่น เมื่อ พ.ศ. 2463 ที่พระรา ชวังพญ าไท รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สต รีเข้าร่วมงานอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่าคงจะทรงสรรหาสต รีที่ต้องพระรา ชหฤทัยในงานนี้

ต่อมารัชกาลที่ 6 ก็ทรงประกาศหมั้ นกับ หม่อมเจ้าวรรณวิมล วรวรรณ พระรา ชทานนามใหม่ว่า หม่ อมเจ้าวัลลภาเทวี และต่อมาก็โปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น พระวรกัญญ าปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี โดยคำนำหน้าพระนามว่า พระวรกัญญ าปทาน มีความหมายว่า สุภาพสต รีซึ่งเป็นพระคู่หมั้ น

ครั้นพระวรกัญญ าปทานมาประทับอยู่ที่พระตำหนั กจิตรลดา รัชกาลที่ 6 ก็เสด็จมาทรงเยี่ ยมเป็นประจำ และพบว่า พระวรกัญญ าปทานนุ่งซิ่ นเป็นที่ต้องพระราชห ฤทั ย จึงกลายเป็นพระรา ชนิยมในรัชกา ลที่ 6 ที่โปรดให้สตรีนุ่งซิ่ น ตามที่ท่านผู้หญิงดุษฎี มาลากุล บันทึกไว้ว่า

 

“ครั้งนั้นพระวรกัญญ าปทานทรงผ้าซิ่ นเชียงใหม่รับเสด็จและพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นงาม จึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระรา ชนิยมให้สต รีนุ่งซิ่ น มีผู้สั่งผ้าซิ่ นเชียงใหม่มาข าย ร วยไปหลายราย ขณะนั้นฉันเป็นนักเรียนมัธยมก็นุ่งซิ่ นไปโ รงเรียน

แต่ผู้ที่ไม่โก้พอหรือฐานะไม่ดีพอนั้นยังนุ่งโจงประเบนอยู่เป็นส่วนมาก พระวรกัญญ าปทานอยู่สวนจิตรได้ประมาณ 3 เดือน ก็มีประกาศทรงถอนหมั้ นให้พระองค์วัลลภาเปลี่ยนคำนำพระนามเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า และโปรดเกล้าฯ ให้เข้าไปอยู่ในวังหล วง”

อย่างไรก็ตาม กระแ สความนิยมนุ่งซิ่ นก็แ พร่กระจายไปสู่สั งคมนอกรา ชสำนัก จากนั้นมาชาวบ้านทั่วไปจึงหันมานุ่งซิ่ นกันมากขึ้น ครั้นต่อมาได้รับอิ ท ธิพลจากแฟชันการแต่งการในยุค แกต์สบี จึงนิยมนุ่งซิ่ นที่สั้นขึ้น