สามกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพม่า [THE 3 GREAT KINGS OF BURMA]

อนุเสาวรีย์สามกษัตริย์ในเมียนมาร์ สามกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพม่า [THE 3 GREAT KINGS OF BURMA]

 

1. พระเจ้าอโนรธามังช่อ หรือ พระเจ้าอโนรธา (Anawrahta) (พ.ศ. 1587-1620) ปฐมกษัตริย์พม่าแห่งราชวงศ์พุก าม ผู้ก่อตั้งอาณาจักรพุก าม เรื่องราวของพระเจ้าอโนรธานั้นมีกล่าวอยู่มากมายในประวัติศาสตร์พม่า ทั้งตำนานพื้นบ้าน ศิลาจารึก และปรัมปราต่าง ๆ จนดูคล้ายเป็นกษัตริย์ในตำนานมากกว่าจะมีพระองค์จริง เช่น การขึ้นครองบัลลังก์ของพระองค์ด้วยการปราบดาภิเษกได้เพราะมีพระอินทร์อุปถัมภ์ เป็นต้น


พระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 1587 (ค.ศ. 1044) ช่วงเวลาดังกล่าว อาณาบริเวณของพุก ามกินพื้นที่เพียงแถบเมืองพุ กามและประเทศพม่าตอนกลางเท่านั้น ต่อมา พระเจ้าองค์ได้สถาปนาราชอาณาจักรที่แข็งแกร่งมั่นคงโดยรวบรวมแว่นแคว้นต่าง ๆ ขึ้นเป็นหนึ่งเดียว

พระเจ้าอโนรธาเมื่อทรงครองราชย์แล้ว ไม่ทรงโปรดที่ชาวพม่าขณะนั้น นับถือความเชื่อพื้นเมืองอย่างงมงาย เช่น ผี หรือ นัต และนักบวชนอกศาสนา (อะเยจี) เป็นต้น

จึงทรงสถาปนาพระพุทธศาสนาให้สถิตย์อยู่ในอาณาจักรพม่า ซึ่งในขณะนั้น มีพระรูปหนึ่ง ชื่อ พระชินอรหันต์ กำลังจารึกแสวงบุญจากเมืองสะเทิมมายังพุก าม พระเจ้าอโนรธาได้แสดงความนอบนบต่อพระชินอรหันต์ พระองค์ก็ทรงมีศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง

จึงทรงขอร้องให้พระชินอรหันต์เผยแ ผ่พระศาสนาในพุก าม และด้วยความช่วยเหลือของพระชินอรหันต์ พระองค์จึงสามารถสถาปนาพุทธศาสนาให้มั่นคงขึ้นเป็นครั้งแรกในพม่า

King Anawrahta ascended to the throne in 1044 and unified Burma for the first time.

พระเจ้าอโนรธามังช่อ สวร รคตในปี พ.ศ. 1620 ตามพงศาวดารพม่าระบุว่า สวร รคตด้วยอุบั ติเหตุระหว่างออกล่ าสัตว์ เนื่องจากถูกกระบือเผือกขวิด

2. พระเจ้าบุเรงนอง (Bayinnaung) (พ.ศ.2094 – 2124) พระนามออกเสียงตามสำเนียงพม่าว่า “บาเยนอง” มีความหมายว่า “พระเชษฐาธิราช”) มีพระนามเต็มว่า “บาเยนองจอเดงนรธา” (ไทยเรียกเพี้ยนเป็น “บุเรงนองกะยอดินนรธา“) แปลว่า “พระเชษฐาธิราชผู้ทรงกฤษดาภิหาร” กษัตริย์พม่าพระองค์ที่ 3 ในราชวงศ์ตองอู

พระองค์เป็นกษัตริย์พม่า ที่คนไทยหรือชาวต่างชาติ รู้จักดีที่สุด เนื่องด้วยเกียรติประวัติอันเลื่องลือ จนมีฉาย าว่า “พระเจ้าชนะสิบทิศ” อีกทั้งยังมีวรรณค ดีประเภท นิย ายปลอมพงศาวดารชื่อดังที่มีพระองค์เป็นตัวเอกของเรื่อง คือ “ผู้ชนะสิบทิศ” ด้วย ซึ่งได้มีการนำไปสร้างเป็นละคร ภาพยนตร์ในภายหลังหลายต่อหลายครั้ง

พระนามต่าง ๆ ก็มีอีกมาก เช่น “เซงพะยูเชง” แปลว่า “พระเจ้าช้างเผือก” หรือ “ตะละพะเนียเธอเจาะ” อันแปลว่า “พระเจ้าชนะสิบทิศ” เป็นฉาย าที่พบในศิลาจารึกของชาวมอญ และชาวตะวันตกรู้จักพระองค์ในพระนาม “บราจินโนโค่” (Braginoco)

พระเจ้าบุเรงนอง นับว่าเป็นกษัตริย์พม่าที่ยิ่งใหญ่ ด้วยความเป็นกษัตริย์นักรบอันเป็นที่ปรากฏพระเกียรติเลื่องลือ โดยยุคสมัยของพระองค์ อาณาจักรตองอูเข้มแข็งและแ ผ่ไพศ าลอย่างที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยครอบคลุมอาณาเขตตั้งแต่ลุ่มน้ำอิระวดีจนถึงลุ่มแม่น้ำโขง มีประเทศราชต่าง ๆ มากมายในภูมิภาคอุษาคเนย์ ได้แก่ หงสาวดี, ล้านช้าง, ไทยใหญ่, เขมร, ญวน, อยุธยา, เชียงใหม่ เป็นต้น

พระเจ้าบุเรงนองสิ้ นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2124 ด้วยพระโร คชรา

3. พระเจ้าอลองพญ า (Alaungpaya) (พ.ศ. 2295 – 2303) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์อลองพญ า หรือ ราชวงศ์คองบอง ราชวงศ์สุดท้ายของเมียนมาร์ พระนามของพระองค์ออกสำเนียงเป็นภาษ าพม่าว่า “อลองเมงตะย าจี” หรือ “อลองพะ” โดยมีความหมายถึง “พระโพธิสัตว์”

พระองค์มีชาติกำเนิดเป็นสามัญชน นามว่า “อองไชยะ” ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ “มุตโชโบ” (ปัจจุบันอยู่ที่เมืองชเวโบ อยู่ห่าง 113 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมัณฑะเล) เป็นคนที่เก่งกล้ามีความสามารถ มีความเป็นผู้นำ จนสามารถขึ้นเป็นผู้นำหมู่บ้าน ปร าบปร ามก๊กต่าง ๆ รวมประเทศเป็นปึกแผ่น

หลังจากที่พม่าในยุคนั้น แตกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ จนปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ ตั้งราชวงศ์คองบอง และตั้งพระนามโดยให้เชื่อว่า พระองค์เป็นเสมือนพระโพธิสัตว์มาปร าบยุคเข็ญ

และยังได้สถาปนาศูนย์กลางของอาณาจักรพม่าขึ้นใหม่ ที่เมืองชเวโบ ก่อนที่จะย้ ายมาที่อังวะในยุคหลัง โดยมีเมืองอื่น ๆ รายล้อมเช่น อมระปุระ มณีปุระ หรือ สะกาย เป็นต้น อีกทั้ง พระองค์ยังเป็นผู้พัฒนาเมืองย่างกุ้งและพระราชทานชื่อเมืองนี้ ซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงของพม่าให้มีพัฒนาการขึ้นมาด้วย จากเดิมที่เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ

เมื่อปร าบมอญราบคาบแล้ว พระองค์ก็คิดจะตีกรุงศรีอยุธย า ให้อยู่ในอำนาจให้ได้เหมือนเมื่อครั้งพระเจ้าบุเรงนอง เมื่อ 200 ปีก่อนนั้น จึงยกทัพเข้ามาตี (สมัยพระเจ้าเอกทัศน์) แต่ไม่สำเร็จต้องยกทัพกลับ ไปประช วรสิ้ นพระชนม์ระหว่างทาง ตามพงศาวดารไทยระบุว่าสิ้นพระชนม์เพราะปื นใหญ่แ ตกที่วัดหน้าพระเมรุ แต่พงศาวดารพม่าระบุว่าสิ้ นพระชนม์เพราะประช วร