พระสุริโยทัย วีรสตรี อัครมเหสีผู้เสียสละ

พระสุริโยทัย หรือคำให้การชาวกรุงเก่าออกพระนามว่าพระมหาเทวี เป็นพระอัครมเหสีในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 15 ของอาณาจักรอยุธย าสมัยราชวงศ์สุพรรณภูมิ

พระสุริโยทัยตามพงศาวดารหลวงประเสริฐฯ กล่าวเพียงแค่เป็นอัครมเหสีผู้เสียสละพระชนม์ชีพเพื่อปกป้องพระราชสวามีในสงคร ามพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ในปี พ.ศ. 2092 จึงได้รับยกย่องเป็นวีรสตรี

พระราชประวัติ

พระสุริโยทัยทรงเป็นพระอัครมเหสีในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ในขณะที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ขึ้นครองราชสมบัติกรุงศรีอยุธย าต่อจากขุนวรวงศ าธิราชได้เพียง 7 เดือน เมื่อ พ.ศ. 2091 พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้และมหาอุปราชาบุเรงนองยกกองทั พพม่าเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์และเข้ามาตั้งค่ายล้อมพระนคร

การศึ กครั้งนั้นเป็นที่เลื่องลือถึงวีรกรรมของพระสุริโยทัย เพราะขณะพระเจ้าแปรตะโดธรร มราชาที่ 1 กำลังปะทะกับสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระนางได้ไสช้างพระที่นั่งเข้าขวางด้วยเกรงว่าพระราชสวามีจะเป็นอันตร าย จนถูกพระแสงของ้าวฟันพระอังสาขาดสะพายแล่ง สวรรค ตอยู่บนคอช้าง

เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 4 ปีจุลศักราช 910 ตรงกับวันเดือนปีทางสุริยค ติคือวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2091 เมื่อสงคร ามยุติลง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ทรงปลงพระบรมศ พของพระนางและสถาปนาสถานที่ปลงพระศ พเป็นวัดศ พสวรรค์ (หรือวัดสวนหลวงสบสวรรค์ในปัจจุบัน)

พระวีรกรรมในหลักฐานไทย

พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2090 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จออกไปดูกำลังข้าศึ กที่ภูเขาทอง พระสุริโยทัยพร้อมด้วยพระราชโอรสพระราชธิดารวม 4 พระองค์ตามเสด็จด้วย

โดยพระองค์ทรงแต่งกายอย่างพระมหาอุปราช ทรงช้างพลายทรงสุริยกษัตริย์สูง 6 ศอก ครั้นยกกองทัพออกไปบริเวณทุ่งภูเขาทอง กองทั พอยุธย าปะทะกับกองทั พพระเจ้าแปร ซึ่งเป็นทั พหน้าของพม่า

ช้างทรงของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเกิดเสียทีหันหลังหนีจากข้าศึ ก พระเจ้าแปรก็ทรงขับช้างไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด พระสุริโยทัยทอดพระเนตรเห็นพระราชสวามีกำลังอยู่ในอันตร ายจึงรีบขับช้างเข้าขวางพระเจ้าแปร ทำให้ทรงไม่สามารถติดตามต่อไปได้

พระเจ้าแปรจึงทำยุทธหัตถีกับพระสุริโยทัย เนื่องจากพระนางอยู่ในลักษณะเสียเปรียบ ช้างพระเจ้าแปรได้เสยช้างพระสุริโยทัย จนเท้าหน้าทั้งสองลอยพ้นพื้นดิน แล้วพระเจ้าแปรจึงฟันพระสุริโยทัยด้วยพระแสงของ้าวต้องพระอังสาขาดถึงราวพระถัน

ส่วนพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ระบุว่ามีพระราชธิดาสิ้ นพระชนม์บนคอช้างด้วย ถึงแม้ว่าจะมีการสร้างพระราชานุสาวรีย์ขึ้นเฉลิมพระเกียรติพระองค์ขึ้นหลายแห่งในประเทศไทย

แต่ตัวตนและความเสียสละของพระองค์ยังเป็นหัวข้อที่ยังเป็นที่โต้เถียงกันอยู่ เนื่องจากความจริงที่ว่าพระนามของพระองค์มิได้ถูกกล่าวถึงหรือบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์พม่าเลย และข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับชีวิตของพระองค์ถูกคัดมาจากบางตอนของจดหมายเหตุกรุงศรีอยุธย าและการบรรย ายของนักสำรวจชาวโปรตุเกส โดมิงกู เซชัส (Domingo Seixas)

พระราชโอรสและพระราชธิดา

พระสุริโยทัยมีพระราชโอรสพระราชธิดา 5 พระองค์ ซึ่งน่าจะเรียงลำดับดังนี้


พระราเมศวร พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ถูกจับเป็นองค์ประกันแก่พม่า และสิ้นพระชนม์ระหว่างไปหงสาวดี

 


พระมหินทร์ พระราชโอรสองค์รอง ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระมหินทราธิราช กษัตริย์องค์สุดท้ายก่อนเสียกรุงศรีอยุธย าครั้งที่ 1 ใน พ.ศ. 2112


พระสวัสดิราช พระราชธิดา ต่อมาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระวิสุทธิกษัตรีย์ พระอัครมเหสีในสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชและเป็นพระมารดาในพระสุพรรณกัลย า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ


พระบรมดิลก พระราชธิดา เสียพระชนม์ชีพพร้อมพระมารดาในสงคร ามคราวเสียพระสุริโยไท


พระเทพกษัตรี พระราชธิดา ภายหลังถูกส่งตัวถวายแด่สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง ซึ่งระหว่างการเดินทางถึงชายแดนสย ามประเทศพระนางถูกพระเจ้าบุเรงนองชิงตัวไปยังกรุงหงสาวดี

พระราชานุสาวรีย์

 

หลังสงคร าม สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้พระราชทานเพลิงพระบรมศ พสมเด็จพระสุริโยทัยที่สวนหลวง แล้วสร้างวัดอุทิศพระราชกุศลพระราชทาน คือ วัดสวนหลวงสบสวรรค์ สถูปขนาดใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเก็บพระบรมอัฐิของสมเด็จพระสุริโยทัย ถูกเรียกว่า เจดีย์พระศรีสุริโยทัย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2534 ได้มีโครงการก่อสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ในบริเวณทุ่งมะขามหย่อง ตำบลบ้านใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธย า เป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสุริโยทัยและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษ าครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2535