เรื่องเล่า ที่มาต้นกำเนิด เมืองเชียงคาน

“อําเภอเชียงคาน” ตั้งอยู่ที่บ้านท่านาจันทน์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ส่วน “เมืองเชียงคาน” ดั่งเดิมแท้ๆ นั้น ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เยื้องที่ว่าการอําเภอเชียงคานลงไปทางใต้น้ำโขงเล็กน้อย ที่บ้านผาฮด หรือเมืองชนะคร าม ในประเทศลาว

ชื่อเมืองเชียงคานนั้น มีประวัติมาว่า ขุนคาน กษัตริย์เมืองเชียงทอง โอรสขุนคัว (หรือขุนค้อ) ซึ่งเป็นเชื้อสายของขุนลอ (หรือขุนซัว) เป็นผู้สร้างเมืองเชียงคาน

แล้วตั้งชื่อเมืองตามพระนามของพระองค์คือ “คาน” ส่วน “เชียง” นั้นตามธรร มเนียมของล้านนา ล้างช้าง ใช้นำชื่อเมืองเป็นการเฉลิมเกียรตินามเมืองที่กษัตริย์เป็นผู้ทรงสร้าง หรือเสด็จไปประทับคล้ายคลึงกับโบราณราชธรร มเนียมของขอมที่ใช้คําว่า “บุรี” ต่อท้ายชื่อเมือง

พ.ศ. 2019 เกิดศึกญวนยกทั พมาตีเมืองล้านช้างในสมัยพระเจ้าชัยจักรพรรดิแผ่นแผ้วร บสู้ญวนไม่ได้ จึงได้ล่าถอยมาประทับที่เมืองเชียงคาน แล้วโปรดให้ท้าวแท่นคํา (หรือแท่งคํา) ราชโอรสไปต่อร บญวนอีกชนะ

ขณะที่ยกทัพกลับตามลําน้ำโขงลงมา ได้ยกพลขึ้นบกซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหมู่บ้าน และขนานนามว่า “บ้านชนะคร าม” [สำเนียงพื้นเมืองเรียก “ซนะคาม” สมัยฝรั่งเศสปกครองเลยเขียนตามว่า “Sanakham” ] เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการที่พระองค์ได้ทําสงคร ามชนะกองทัพญวน

พระเจ้าชัยจักรพรรดิแผ่นแผ้วประทับอยู่ที่เมืองเชียงคานนานถึง 37 ปี ( 65 พรรษ า) ก็สวรรคต ท้าวแท่นคําพระโอรสได้ครองราชสมบัติแทน ทรงนามว่า “พระเจ้าสุวรรณบัลลังก์” เมื่อได้ถวายพระเพ ลิงพระราชบิดา (แล้วก็ได้เสด็จกลับไปประทับเมืองเชียงทองตามเดิม) และทรงสร้างวัดและเจดีย์สำหรับบรรจุอัฐิพระชนก วัดนั้นให้ชื่อว่า “วัดศ พเชียงคาน”

แต่คนส่วนใหญ่ เรียก “วัดพระฮด” ด้วยมีศิลาประหลาดแผ่นหนึ่ง(สูง 12 เมตร กว้าง 8 เมตร หนา 60 เซนติเมตร) โผล่จากพื้นดินขึ้นมา ปรากฏมีพระพุทธรูปฉายในแผ่นศิลาเช่นเดียวกับพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี

ประชาชนนับถือสักการะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ได้พากันไปสรงน้ำจนเป็นประเพณีนิยม ชาวเมืองนิยมเรียกว่า “ผาฮด” คือผารดนั้นเอง

ต่อมาพระเจ้าสุวรรณบัลลังก์ทรงสร้างพระพุทธรูปไว้ที่หน้าผา และสกัดตัวผาเป็นรูปเรือนแก้วรองรับพระพุทธรูปนั้น เพื่อเป็นที่ระลึกวาครั้งหนึ่งพระราชบิดาทรงหลบภั ยมาประทับที่เมืองเชียงคาน

พ.ศ. 2238 อาณาจักรล้านช้างได้แยกออกเป็นสองอาณาจักร คือ หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ เพื่อป้องกันการรุกรานของฝ่ายตรงข้าม

หลวงพระบางได้สร้างเมืองปากเหืองไว้ฝั่งขวาแม่น้ำโขงเหนือปากเหืองให้เป็นเมืองหน้าด่านแม่น้ำโขงตอนใต้ คู่กับเมืองเชียงคานทางฝั่งซ้ายซึ่งอยู่เหนือปากน้ำนี้ ซึ่งฝรั่งเศสเรียก Sanakham จนเดี๋ยวนี้

พ.ศ. 2321 ปลายรัชสมัยกรุงธนบุรี สย ามรวมเมืองหลวงพระบาง และเมืองเวียงจันทน์เข้าอยู่ในความปกครอง พระเจ้าแผ่นดินทั้งสองอาณาจักรมีฐานะเป็นพระเจ้าประเทศราชขึ้นตรงต่อกรุงสย ามตลอดมา และได้กวาดต้ อนผู้คนตามบรรดาหัวเมืองทางฝั่งซ้ายซึ่งขึ้นกับเมืองเวียงจันทน์มาไว้ทางฝั่งขวาเพื่อสะดวกในการปกคร อง

ชาวเมืองเชียงคานโบราณซึ่งอยู่พรมแดนหล วงพระบางและเวียงจันทน์ จึงถูกกวาดต้ อนมาอยู่ในท้องที่เมืองปากเหือง เป็นส่วนมาก ส่วนเมืองปากเหืองโปรดเกล้าฯ ให้ไปขึ้นเมืองน้ำปาด (อุตรดิตถ์) เพราะเป็นเมืองใหญ่อยู่เวลานั้นพ้นจากความเกี่ยวข้องกับเมืองหล วง


พ.ศ. 2369-70 เกิดกบ ฎเวียงจันทน์ รัชกาลที่ 3 ทรงส่งกองทัพและได้กวาดต้ อนกําลังพลเมืองทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงมาไว้ทางฝั่งขวามากยิ่งขึ้นกว่าครั้งแรก และโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกประเทศราชเวียงจันทน์ ให้พระอนุพิน าศ (กิ่ง ต้นสกุล “เครือทองดี” ชาวเมืองลับแลนายทหารที่ไปปร าบกบ ฏเวียงจันทน์ เป็นเจ้าเมืองปากเหืองคนแรก

พระราชทานนามเมืองใหม่ว่า “เมืองเชียงคาน” อาจทรงเห็นว่า เมืองเชียงคานโบราณเป็นราชธานีนครล้านช้าง เป็นเมืองสําคัญทางประวัติศาสตร์มาก่อน

กระทั่งเกิดศึ กฮ่อ พ.ศ. 2417-18 พบว่าชัยภูมิเมืองเชียงคาน (ปากเหือง) ไม่เหมาะสม ด้วยภูมิประเทศเต็มไปด้วยป่าดงภูเขา ราษฎรประกอบการอาชีพไม่สะดวก จึงได้ย้ ายตัวเมืองมาตั้งที่บ้านท่านาจันทน์

คือ อําเภอเชียงคานปัจจุบัน ครั้งแรกที่ทําการตั้งอยู่บริเวณวัดธาตุเรียก “ศา ลเมืองเชียงคาน” ต่อมาย้ ายมาอยู่ที่วัดโพนชัย และวัดท่าคก ตามลำดับ

ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ฝรั่งเศสได้บุกรุกเอาดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงของไทยไป ราษฎรที่ไม่ต้องการอยู่ในความปกครองของฝรั่งเศส จึงอพยพมาอยู่เมืองปากเหืองเก่า และเมืองเชียงคานเก่า มาอยู่ที่เมืองเชียงคานใหม่ เมืองปากเหืองก็ร้างไปโดยปริย าย

พ.ศ. 2450 มีประกาศยกเลิกบริเวณน้ำเหืองเป็นจังหวัดเลย เวลานั้นเมืองเชียงคานยังไม่ได้สังกัดจังหวัดเลยเช่นในปัจจุบัน แต่สังกัดอยู่แขวงเมืองพิชัย มณฑลพิ ษณุโล ก มี พระย าศรีอัคร์ฮาด (ทองดี ต้นสกุล “ศรีประเสริฐ”) ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเชียงคานคนสุดท้าย

พ.ศ. 2454 โปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกประเทศราชถวายดอกไม้ทองเงินเช่นแต่ก่อน กระทรวงมหาดไทยได้โอนเมืองเชียงคานจากเมืองพิชัยมาขึ้นสังกัดจังหวัดเลย มณฑลอุดร เพื่อสะดวกในการปกครอง

เพราะเชียงคานห่างจากจังหวัดเลยเพียง 50 กิโลเมตรและลดฐานะเมืองเชียงคานลงเป็น “อําเภอ” โปรดเกล้าฯ ให้จัดการปกคร องเป็นระบอบเทศภิบา ลเช่นหัวเมืองอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว

ข้อมูลจาก
เติม วิภาคย์พจนกิจ. ประวัติศาสตร์อีสาน, มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2530