ตะเกียงไนติงเกล สัญลักษณ์แห่งคำมั่นสัญญ า

เรื่องเล่าเรื่องนี้ยังอยู่กับวันพย าบา ลสากล กันอยู่นะครับ

อย่างที่ได้เล่าไปแล้วว่าสภาพย าบา ลระหว่างประเทศกำหนดให้วันที่ 12 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันพย าบา ลสากล เพื่อส่งเสริมความร่วมแรงร่วมใจของพย าบา ลวิชาชีพทั่วโล กในการจัดกิจกรรม รำลึกถึงคุณความดีของ มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้ก่อกำเนิดวิชาชีพการพย าบา ล

โดยร่วมกันรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวม ในปี พ.ศ. 2562 นี้ สภาพย าบา ลระหว่างประเทศ กำหนดหัวข้อสำหรับวันพย าบา ล สากล ว่า “Nurses – A Voice to Lead Health For All” แปลเป็นไทยว่า “พย าบา ล : เสียงแห่งพลัง สู่สุขภาพดีถ้วนหน้า ”

ในวันนี้เราจึงอยากชวนดูวีรกรรมที่ถูกกล่าวถึงของ มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล (Florence Nightingale) พร้อมกับตะเกียงไนติงเกิล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งคำมั่นสัญญ าของวิชาชีพพย าบา ลที่ถือกำเนิดพร้อมๆ กับเรื่องราวของ มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล

 


‘ตะเกียงไนติงเกิล’ สัญลักษณ์และพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักศึกษ าและผู้ประกอบวิชาชีพพย าบา ล เป็นสัญลักษณ์ที่นักศึกษ าพย าบา ลรุ่นน้องจะได้รับ เพื่อสืบทอดเจตนารมย์การเป็นพย าบา ลที่ดีในอนาคต

และเพื่อให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบ ความอดทน ความเอื้ออารีต่อผู้ป่ วย เมื่อเข้าสู่วิชาชีพทางการพย าบา ล ตะเกียงดังกล่าวจะถูกส่งมอบให้จากรุ่นสู่รุ่น โดยจะมีการมอบตะเกียงให้กับนักศึกษ าพย าบา ลชั้นปีที่ 1 ในพิธีรับมอบหมวก พร้อมกันนี้ในระหว่างส่งมอบตะเกียง ผู้รับจะท่องคำปฎิญาณตนเพื่อเป็นพย าบา ลที่ดีของ ฟลอเรนซ์ไนติงเกล

วีรกรรมที่ถูกยกย่องเล่าขานสืบต่อของ มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล (Florence Nightingale) ซึ่งได้อุทิศตนให้กับการดูแลเหล่าทหารและผู้เจ็บป่วยจากภั ยของสงครามไครเมีย ซึ่งค่ายทหารเซลิมิเยอ (Selimiye Barracks) ในสคูตารี (Scutari) ที่เธอและคณะนางพย าบา ลอาสาสมัครจำนวน 38 คน เดินทางไปช่วยเหลือดูแลนั้นแออัดไปด้วยผู้ได้รับบาดเ จ็บ แต่กลับขาดแคลนทั้งแพ ทย์ เครื่องไม้เครื่องมือและย ารักษ า

ท่ามกลางความหวังมืดหม่นที่จะเหลือรอดชีวิต แต่ผู้ป่ วยกลับรู้สึกมีความหวังขึ้นทุกครั้งเมื่อได้เห็นแสงสว่างจากตะเกียงที่มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล มักจะจุดเพื่อใช้เดินดูผู้ป่วยในย ามค่ำคืน ภาพจำนี้นี่เองที่ทำให้เธอถูกขนานนามในเวลาต่อมาว่า Lady of the Lamp

เมื่อจบสิ้นสงครามในปี 1857 ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล กลับสู่สหราชอาณาจักรในฐานะวีรสตรี เธอได้เข้าเฝ้าและได้รับเครื่องราชอิสริย าภรณ์ จากพระนางเจ้าวิกตอเรีย และยังคงทำงานที่เธออุทิศชีวิตให้จนกระทั่งเธอจากโล กนี้ไปในวันที่ 12 สิงหาคม 1910

 


พิธีศพของเธอถูกจัดขึ้นเรียบง่ายตามความตั้งใจสุดท้าย ฟลอเรนซ์ ไนติงเกลไม่ได้เพียงช่วยชีวิตเหล่าทหารในสคูตารี แต่ยังช่วยอีกนับล้านๆ ชีวิตหลังจากนั้นในฐานะผู้สร้างพย าบา ลศาสตร์สมัยใหม่


“เมื่อฉันไม่ได้มีชีวิต เหลือแต่เพียงชื่อ ฉันหวังว่าผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ฉันได้ทำจะคงอยู่ตลอดไป ขอพระเจ้าอวยพรเพื่อนรักทหารหาญแห่ง Balaclava และพาพวกเขาให้รอดปลอดภัย”