พระเจริญราชเดช เจ้าเมืองคนแรกของเมืองมหาสารคาม

พระเจริญราชเดช (ท้าวกวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)

ตลอดระยะเวลา 15 ปี นั้นหากจะผู้ถึงเมืองมหาสารคามความเป็นมาของประวัติศาสตร์นั้นบุคคลสำคัญที่มีส่วนช่วยให้เกิดแรงผลักดันการก่อตั้งเมืองมหาสารคามได้นั้น “ท้าวศรีวงศ์” หรือ ท้าวมหาชัย (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)

กว่าจะมาเป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งตระหง่าอยู่สวนสาธารณะหนองข่า บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคามได้นั้น ท่านเป็นบุคคลที่ทำให้เมืองมหาสารคามมีชีวิตชีวาขึ้นในช่วงเวลาพ.ศ.2408-2421 เมืองมหาสารคามจึงถือกำเนิดขึ้นเป็นต้นมา

ก่อนการก่อตั้งเมืองมหาสารคามนั้นเริ่มจากการที่พระขัติยวงศา (จัน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด ได้ให้ท้าวกวดและท้าวบัวทองไปสำรวจดินแดนทางทิศตะวันตกของเมืองร้อยเอ็ด เพื่อขอตั้งเมืองใหม่ ทั้งท้าวกวดและท้าวบัวทองเห็นว่าเหมาะสมสำหรับเป็นทำเลที่ตั้งที่ดีในการจะตั้งเมืองใหม่

ต่อจากนั้นพระขัติยวงศา(จัน) ได้แบ่งผู้คนจากเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 9,000 คน มายังพื้นที่บริเวณเมืองใหม่นี้(ซึ่งในบริเวณนั้นมีผู้คนมาอาศัยอยู่ก่อนแล้วบริเวณกุดนางใยซึ่งมีชุมชนอยู่มาก่อนแล้วบริเวณนั้นเรียกว่า บ้านลาดกุดนางใย)

ในปี พ.ศ.2402 ได้มีหนังสือกราบบังคบทูลไปยังกรุงเทพฯ จนวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าให้ยก “บ้านลาดกุดนางใย” เป็นเมืองมหาสารคาม พร้อมทั้งแต่งตั้งท้าวกวด เป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมืองคนแรกของเมืองมหาสารคาม

เมื่อท้าวกวดได้รับการแต่งตั้งแล้ว ท่านได้สร้างที่อยู่อาศัยของท่านตรงบริเวณหนองกระทุ่มทางทิศเหนือของกุดนางใย เพราะเป็นที่ราบอยู่ระหว่างห้วยคะคางกับกุดนางใยเป็นทำเลที่ตั้งที่ดีจึงเลือกบริเวณนี้สร้างเป็นโฮงเจ้าเมือง (คำว่า “โฮง” หมายถึง บ้าน ที่อยู่อาศัย ซึ่งโฮงจะใหญ่กว่าบ้านที่อยู่อาศัยทั่วไป ที่คนอีสานเรียกว่า “เฮียน”) และพร้อมที่จะตั้งเป็นที่ว่าราชการในเวลาเดียวกัน

เมืองมหาสารคามเริ่มมีชีวิตขึ้น ตั้งแต่ พ.ศ.2408 เป็นต้นมา จากบทบาทการสร้างแปงเมืองของท้าวกวด ทำให้เกิดการขยายตัวของเมืองมหาสารคามกล่าวคือ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ท้าวกวดได้สร้างโฮงเจ้าเมืองนั้น บริเวณทางทิศตะวันตกของกุดนางใยทำให้ผู้คนที่อพยพมาจากเมืองร้อยเอ็ดมีการมาตั้งถิ่นฐานเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกับชุมชนกุดนางใยที่อยู่มาก่อนแล้วซึ่งเราเรียกกลุ่มชุมชนนี้เรียกว่า “ุชุมชนคุ้มบ้านจารย์”

ซึ่งมีกุดนางใยเป็นแหล่งน้ำธรร มชาติสำคัญในการดำรงชีวิต ผู้คนที่อพยพเข้ามานั้นบ้านเรือนส่วนใหญ่จะเป็นบ้านทำด้วยไม้และอยู่รวมกันเป็นคุ้ม ต่อมาจึงเรียกชุมชนนั้นว่า “คุ้มเจ้าเมือง” เมื่อบริเวณริมกุดนางใยมีการขยายตัวของผู้คนแล้วนั้น ท้าวกวดได้สร้างวัดขึ้น ได้แก่ วัดโพธิศรี วัดกลาง (ปัจจุบันคือวัดอภิสิทธิ์) วัดมหาชัย วัดอุทัยทิศซึ่งอยู่ฝั่งทางทิศตะวันออกของกุดนางใย

จนเป็นบริเวณที่เป็นศูนย์กลางของเมืองมหาสารคามในช่วงเวลานั้นและเกิดเป็นชุมชนขนาดใหญ่เกิดขึ้นนำไปสู่วิถีชีวิตของชุมชนเมืองมหาสารคาม ไม่ว่าจะเป็น โฮงเจ้าเมือง บ้านเรือน ร้านค้าในสมัยนั้นชุมชนมักจะสร้างตึกดินกันมากส่วนใหญ่เป็นคนจีนที่ถูกอพยพจากเมืองร้อยเอ็ดมาตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่อย่ างหนาแน่น

บทบาทของพระเจริญราชเดชที่ทำให้ชาวเมืองมหาสารคามเป็นที่เคารพและศรัทธาของท่านนั้นคงจะเป็นการได้รับราชการด้วยความขยันหมั่นเพียร ขันแข็ง เป็นผู้มีความสามารถในการปกครองทำให้บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมากมาย

กล่าวคือ ในปี พ.ศ.2418 ได้เข้าร่วมทำสงคร ามปราบฮ่อด้วยในการนั้นชาวเมืองมหาสารคามกับพระเจริญราชเดชก็ถูกเกณฑ์ไปร่วมรบจนได้รับความดีความชอบและมีชัยชนะ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามใหม่ให้พระเจริญราชเดช เป็น “พระเจริญราชเดชวรเชษฐมหาขัตติยพงศ์รวิวงศ์สุรชาติ ประเทศราชธำรงรักษ์ศักดิ์ กิติยศเกรียงไกร ศรีพิชัยเทพวรฤทธิ์พิษณุพงศ์ปรีชา สิงหบุตรสุวัฒนา นคราภิบา ล”

สุดท้ายปั้นปลายชีวิตของท้าวกวดท่านได้เสี ยชีวิต เมื่อวันที่ 22 เมษ ายน พ.ศ.2421 เนื่องจากได้รับการบา ดเจ็บในการปราบกบฏฮ่อ ทำให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรมจนถึงแก่อนิ จกรรม อายุ 43 ปี อายุรับราชการ 15ปี