โรงพย าบา ลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา โรงพย าบา ลที่เก่าแก่ที่สุดในสังกัดสภากาชาดไทย

โรงพย าบา ลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เป็นโรงพย าบา ลที่เก่าแก่ที่สุดในสังกัดสภากาชาดไทย

และตั้งแต่ปีการศึกษา 2567 เป็นต้นไปจะทำหน้าที่เป็นศูนย์แพ ทยศาสตรศึกษ าชั้นคลินิกและสถาบันสมทบเพื่อการผลิตแพ ทย์ให้กับคณะแพ ทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทย าลัย เปิดให้บริการอย่ างเป็นทางการในวันที่ 10 กันย ายน พ.ศ. 2445 ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ริมชายฝั่งทะเลอ่าวไทย สร้างขึ้นตามพระประสงค์ของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

ประวัติ

โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา กำเนิดขึ้นจากพระประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี หลังจากพระองค์เสด็จประพาสและประทับพักฟื้น ณ พระตำหนัก ตำบลบางพระ จังหวัดชลบุรี ในปี พ.ศ. 2441

ในการนี้เจ้าพระย าสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต)ได้จัดสร้างเรือนไม้ยื่นลงในทะเลตำบลศรีราชา เพื่อเป็นพระตำหนักแห่งใหม่และเชิญเสด็จจากตำบลบางพระมาประทับที่นี่ แต่พระตำหนักเรือนไม้ดังกล่าวอยู่ในน้ำ คับแคบและไม่แข็งแรง ราว 1 ปีหลังสร้างเสร็จ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าจึงทรงพระดำริเลือกหาพื้นที่บนชายฝั่งตำบลศรีราชาสำหรับสร้างพระตำหนัก

จนกระทั่งพระองค์พอพระทัยพื้นที่บริเวณเนินเขาชายทะเลด้านทิศใต้ของพระตำหนักไม้เดิม พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์และเจ้าพระย าสุรศักดิ์มนตรีถวายความเห็น ต่อมามีพระกระแสรับสั่งให้จัดสร้างพระตำหนักใหญ่ 3 ชั้นขึ้นหลังหนึ่งสำหรับเป็นที่ประทับและเรือนหลังย่อมๆอีก 4-5 หลัง

ประชาชนย่อมมีความเดือดร้อนทุกข์ทรมานจากการเจ็ บไ ข้นั้น ถ้าได้มีสถานที่พย าบา ลคนเจ็บไ ข้ขึ้นในตำบลนี้ นอกจากจะได้ใช้เป็นที่รักษ าพย าบา ลข้าราชบริพารและผู้ที่ตามเสด็จนั้นแล้ว ยังจะเป็นสาธารณประโยชน์ให้ประชาชนในท้องถิ่นที่ใกล้เคียงได้พึ่งพาอาศัยในย ามเจ็บไ ข้ ซึ่งเป็นสาธารณกุศลและเป็นการช่วยชาติบ้านเมืองอีกส่วนหนึ่ง

— สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

ระหว่างที่สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวีประทับอยู่ที่ตำหนักแห่งนี้ มีข้าราชบริพารและเจ้าหน้าที่รักษ าพระองค์เป็นจำนวนมากที่เจ็บป่ วย ประชาชนในเขตตำบลนี้ย่อมต้องเจ็บป่ว ยเช่นเดียวกัน ด้วยพระทัยเต็มไปด้วยการกุศลสาธารณะจึงทรงมีดำริให้สร้างสถานพย าบา ลขึ้นในบริเวณใกล้เคียงพระตำหนักของพระองค์ ในช่วงก่อตั้งมีพระบำบัดสรรพโร ค(ห มอเอช. อาดัมสัน) เป็นผู้ช่วยในการวางแผนผังการก่อสร้าง

โดยสร้างเป็นเรือนหลังคามุงจาก 2 ชั้นขึ้นก่อน 1 หลัง แล้วเพิ่มขึ้นอีก 4 หลังเป็นกลุ่มอาคารเดียวกันยื่นลงไปในทะเล การก่อสร้างสถานพย าบา ลใหม่นี้แล้วเสร็จในต้นเดือน กันย ายน พ.ศ. 2445

พระเจ้าน้องย าเธอ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา อธิบดีกรมพย าบา ล กระทรวงธรร มการ เสด็จประกอบพิธีเปิดสถานพย าบา ลนี้ในวันที่ 10 กันย ายน พ.ศ. 2445 มีชื่อเรียกในขณะนั้นว่า “โรงพย าบา ลศรีมหาราชา” ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าพระราชทานนามโรงพย าบา ลนี้ว่า “โรงพยาบาลสมเด็จ”

จากความทรุดโทรมของตัวโรงพย าบา ลที่ยื่นลงไปในทะเล ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการใช้งานอีกทั้งความทรุดโทรมนี้ไม่คุ้มค่าที่จะซ่อมแซม นายบัวหรือขุนปราณเขตต์นครซึ่งเป็นผู้ดูแลโรงพย าบา ล กราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เพื่อขอย้ ายโรงพยาบาลขึ้นไปตั้งบนบกทางด้านเหนือของเขาพระตำหนัก(คือที่ตั้งโรงพยาบาลปัจจุบันนี้)

พระองค์ทรงเห็นชอบด้วยและได้พระราชทานเงินเป็นค่าก่อสร้างในการย้ ายนี้ประมาณสองหมื่นบาทเศษ โดยเริ่มสร้างโรงพย าบา ลบนบกในปี พ.ศ. 2451 ประกอบด้วยอาคาร 5 หลัง หลังแรกเป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่ 2 ชั้น ชั้นล่างสำหรับทำการตรวจโร คและชั้นบนเป็นที่ทำการ

หลังที่สองและสามเป็นเรือนไม้สำหรับผู้ป่ว ย หลังที่สี่เป็นเรือนไม้ย าวชั้นเดียวยกพื้นสำหรับเป็นที่อยู่ของเจ้าหน้าที่ หลังที่ห้าเป็นบ้านพักแพ ทย์ผู้ปกครองโรงพย าบา ล 1 หลัง อยู่บริเวณหน้าเรือนพักผู้ป่ วย เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ย้ ายคนเจ็บไ ข้จากเรือนในน้ำมาอยู่ในที่นี้เมื่อ พ.ศ. 2452

ค่าใช้จ่ายของโรงพย าบา ลด้านกายภาพทั้งเงินค่าก่อสร้าง ค่าซ่อมแซม รวมถึงค่าใช้สอยประจำโรงพย าบา ลจำพวก ค่าเวชภัณฑ์ ค่าครุภัณฑ์ ค่าอาหารเลี้ยงคนเจ็บไ ข้ ตลอดจนเงินเดือนแพ ทย์และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ เป็นเงินส่วนพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวีทั้งสิ้น พระองค์พระราชทานตลอดมาทุกปี เป็นเงินราวปีละ 15,000 บาท

ภายหลังได้เพิ่มเป็น 20,000 บาท ตลอดพระชนมายุ ต่อจากนั้นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระราชทานเงินส่วนนี้เสมอมาทุกปี เพื่อเป็นที่รำลึกถึงสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 โรงพย าบา ลได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา”

สังกัด


แรกเริ่มสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวีทรงฝากโรงพย าบา ลสมเด็จสมเด็จนี้ไว้ในสังกัดโรงพย าบา ลศิริราช จนถึงปี พ.ศ. 2461 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้โรงพย าบา ลนี้ไปอยู่ภายในการกำกับดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทย าลัย  ภายใต้กระทรวงธรร มการ(กระทรวงศึกษ าธิการ) 10 ปีให้หลังในเดือนเมษ ายน พ.ศ. 2471 จึงโปรดเกล้าฯให้โอนโรงพย าบา ลจากกระทรวงธรร มการไปสังกัดสภากาชาดไทย เป็นโรงพย าบาลแห่งที่สองของสภากาชาดไทยแต่มีอายุมากกว่าโรงพย าบา ลแห่งแรกคือโรงพย าบา ลจุฬาลงกรณ์ถึง 12 ปี

ศูนย์แพท ยศาสตรศึกษ าชั้นคลินิก


โรงพย าบา ลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา มีศูนย์แพ ทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก(ศพค.) จัดตั้งอยู่ในโรงพย าบา ลทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนและฝึกปฏิบัติทางการแพ ทย์ให้กับนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 4-6 ของคณะแพ ทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทย าลัย

ตั้งแต่ปีการศึกษ า 2567 เป็นต้นไปจะทำหน้าที่เป็นศูนย์แพ ทยศาสตรศึกษ าชั้นคลินิกและสถาบันสมทบเพื่อการผลิตแพ ทย์ให้กับคณะแพท ยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทย าลัย เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2563 คณบดีคณะแพ ทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทย าลัย ผู้อำนวยการโรงพย าบา ลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงพย าบา ลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ และการผลิตบัณฑิตระหว่างคณะแพ ทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โรงพย าบา ลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย และโรงพย าบา ลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย เพื่อร่วมมือในการผลิตบัณฑิตคณะแพ ทยศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพให้มีเพิ่มมากขึ้น

การร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นความร่วมมือกันพัฒนา สร้างบุคลากรทางการแพ ทย์ขึ้นมา ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวจะรับผู้ที่จบปริญญ าตรี เข้ามาศึกษ าต่อในปริญญ าแพ ทยศาสตร์เป็นระยะเวลา 4 ปี ในหลักสูตรนานาชาติ

สำหรับการที่มาร่วมมือกันในครั้งนี้เนื่องจาก โรงพย าบา ลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เป็นโรงพย าบา ลในสภากาชาดไทย ที่ได้มีความร่วมมือกันมานานแล้ว และโรงพย าบา ลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ยังอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งการพัฒนาบัณฑิต การพัฒนาคนเพื่อตอบสนองพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จะเป็นจุดสำคัญที่ดีที่ทำให้การพัฒนาภาพรวมของประเทศได้ดีในอนาคต