สังคมยุคที่ทุกคนคิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตนอย่างเต็มที่

วันนี้ เรื่องเล่า ขอเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสังคมไทยในปัจจุบันเป็นสังคมแห่งความรวดเร็วทันใจ ทันสมัย และมีการแข่งขันที่สูงกว่าในอดีต ทุกคนอยากจะเด่น อยากดัง อยากรวยทั้งที่อายุยังน้อยและบางครั้งเมื่อความโลภทำให้อยากไต่ระดับขึ้นไปสุงๆ จึงทำให้ต้องเอาเปรียบคนอื่นหรือเหยียบคนอื่นขึ้นไปเพื่อให้ตัวเองได้ดีโดยไม่สนใจความถูกผิด ไปติดตาม 7 เรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงของสังคมกันเลยว่าเป็นอย่างไรในปัจจุบัน

7 เรื่องจริงของสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
1. ยุคนี้คนอยากรวยลัด อยากรวยลัด “RICHFICIENCY” (Rich+Sufficiency)
จะเห็นได้ว่า หนังสือติดอันดับ Best seller ขายดีในยุคนี้จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับ เคล็ดลับการสร้างความร่ำรวย และ แรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จ แม้แต่ในงาน money Expo ครั้งล่าสุด ผู้เข้าร่วมงานก็มีอายุน้อยลงมากขึ้น คนยุคนี้ ยังเปลี่ยนความ สนใจจากการลงทุนในธุรกิจ และ อยากเป็นเจ้าของกิจการ หันมาศึกษา ลงทุนในตลาดหุ้นแทน เพราะเห็นตัวอย่าง ของนักเล่นหุ้นรุ่นใหม่ ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยๆ กระนั้น ความรวยที่คนรุ่นใหม่ใฝ่หา เป็นความรวยแบบฉาบฉวย ต้องการรวยเร็วแบบชั่วข้ามคืน แต่ไม่ได้ฝันถึง ขนาดมีเงินพันล้าน แค่อยากมีกินมีใช้ และ ท่องเที่ยวหรูๆ ถ่ายรูปอัพลงโซเชียล แต่ไม่ได้ดูถึงความมั่นคงในระยะยาว แนวโน้มที่ตามมาก็คือ ตลาดแรงงานจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะหาคนรุ่นใหม่ที่ทำงานเป็นพนักงานประจำได้ยากขึ้น เพราะคนยุคใหม่นิยมทำงานอิสระ ( Free lance ) มากกว่าเดิม เพราะ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้มากกว่า

2. ยุคนี้คนตัดสินกันที่ความงามภายนอกมากขึ้น “EXTHETIC” (External+Aesthetic)
สมัยนี้เราเห็นคุณค่าความงามภายในกันน้อยลง แต่ให้ความสำคัญกับความงามภายนอก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อความก้าวหน้าด้านอาชีพการงาน และ การเป็นที่ยอมรับของสังคมแนวโน้มนี้ทำให้ธุรกิจเสริมความงามต่างๆเติบโตคึกคัก ธุรกิจสินค้าฟุ่มเฟือยราคาแพงที่บ่งบอกถึงฐานะของผู้ใช้ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น เช่นเดียวกับ Application เสริมแต่งรูปภาพบน smart phone ที่กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของคนยุค Social Network

3. ยุคนี้คนพึ่งพาตัวเองมากขึ้น “YELP” (Help Yourself)
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมาย ที่ช่วยให้สามารถทำกิจกรรมหลายอย่างได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นไม้ถ่ายรูป selfie, App แผนที่ค้นหาเส้นทางท่องเที่ยว หรือแม้แต่ google ที่มีคำตอบทุกอย่าง รวมไว้ที่เดียว เมื่อไม่ต้องพึ่งพาใคร สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง คนรุ่นใหม่ จึงมีความแข็งกระด้าง ไม่ยอมโอนอ่อนให้ใครง่ายๆ เพราะ ไม่ได้ฝึกทักษะการเข้าหาผู้ใหญ่ หรือ การขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เมื่อก่อนมีอะไรอาจปรึกษาพ่อแม่ แต่ทุกวันนี้ยกให้ กูเกิล เป็นที่พึ่งแรกเสมอ

4. ยุคนี้คนไม่ชอบการผูกมัด NOBLIGATION (No+Obligation)
คนสมัยนี้แต่งงานกันน้อยลง แต่อัตราຫย่าร้างเพิ่มสูงขึ้น เพราะ ชอบอะไรที่เปลือก ความรักที่เจอจึงมักเป็นความรักที่ฉา บฉว ย จึงเจอแต่คนที่มาเร็วเคลมเร็ว แม้แต่ในเชิงการตลาด ผู้บริโภคยุคใหม่ก็ไม่ชอบอะไรในรูปแบบเดิมๆ เพราะ เบื่อง่าย มองหาแต่ข้อมูลใหม่ๆตลอดเวลา อะไรที่นำเสนอเนื้อหายืดยาดเยิ่นเย้อไม่กระชับ โดยเฉพาะ ทีวี หนังสือพิมพ์ นี่เตรียมม้วนเสื่อกลับบ้านได้เลย

5. ยุคนี้อย่าปิดบัง SINCLEAR (Sincere+Clear)
คนยุคใหม่ฉลาดเป็นกsด จะเห็นว่าทุกวันนี้ผู้บริโภคเชื่อรีวิวจากประสบการณ์จริง มากกว่าโฆษณาที่ถูกปรุงแต่ง เรามี ” นักสืบพันทิป ” หรือ ” นักสืบโซเชียล ” คอยเสาะแสวงหาความจริงในสังคม และ พร้อมช่วยกันตีแผ่ข้อมูล และ สื่อบนโลกออนไลน์เป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก จึงมักมีข้อมูลดีๆถูกเปิดเผยออกมาอยู่เสมอ

6. ยุคนี้คนต้องการมาตรฐานสูง SUPERGENIC (Super+Genic)
นอกจากจะแข่งเรื่องคุณภาพสินค้าแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ มาตรฐานการบริการหลังการขายที่น่าพึงพอใจจะทำให้ได้ใจลูกค้าในระยะยาว คนที่มีกำลังซื้อเขาต้องการสินค้าที่มีคุณภาพมากกว่าสินค้าราคาถูก

7. ยุคนี้คนต้องการซื้อน้อยแต่ได้เยอะ EASEMORE (Easy+More)
คิดจะเอาชนะใจผู้บริโภคยุคใหม่ต้อง ตีโจทย์ค่านิยมนี้ให้ได้ คือ สินค้าชิ้นเดียว จะต้องทำหน้าที่สารพัดประโยชน์ (All in One) ตอบโจทย์ได้ทุกไลฟ์สไตล์ ดูจากสมาร์ทโฟน ที่ผ่านมา สามารถเข้ามาแทน คอมพิวเตอร์ , ทีวี , กล้องถ่ายรูป , กระเป๋าสตางค์ ได้อย่างไม่ยาก และ เป็นเหมือนอีกปัจจัยหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเราไปแล้ว เพราะ เราแทบจะทำทุกอย่างบนสมาร์ทโฟ

หลายๆ ครั้งที่เราใช้เงินฟุ้งเฟ้อไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น กับการช็อปเที่ยวกินหรู แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่ผิดคือบางคนติดหรู ถึงขนาดต้องกู้ยืมคนอื่นมาเพื่อใช้ชีวิตให้ทันสังคม หนี้สินเพิ่มขึ้นจากการตามเทรนเพื่อน กลัวจะไม่มี ไม่ได้อย่างคนอื่น หลายคนยืมเงินเพื่อนมาเพื่อใช้ชีวิตโก้หรู แต่พอเพื่อนทวงกลับไม่มีจ่าย แทนที่จะสำนึกได้ กลับผิดใจกับเพื่อนที่เป็นเจ้าหนี้แทน หรือบางคนยอมจ่ายเงินสูงลิ่ว เพื่อซื้อของที่ตัวเองไม่อยากได้ มาอวดคนที่ตัวเองเกลียด เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่านี่แหละ “ฉันชนะแล้ว”

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆที่จะช่วยเตือนสติเราเกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้ดีมากยิ่งขึ้น เราไม่จำเป็นต้องอยากมีอยากได้อย่างใครเขา อย่าน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาของตัวเอง คนเราทุกคนมีดีในตัวเองและการที่จะเข้าสังคมได้ไม่ต้องใช้แค่ความรวยหรือการมีเงินเป็นใบเบิกทาง เราสามารถทำดีต่อกัน ใช้ความดีชนะใจเพื่อนดีกว่า เดินทางสายกลางแล้วชีวิตจะเป็นสุข