หลวงพ่อเปลี่ยน วัดไชยชุมพลชนะสงคราม พระผู้มีชะตาแข็งแกร่ง แม้แต่ชุมเสือยังให้ความเคารพ

วันนี้ เรื่องเล่า ขอเปิดตำนานหลวงพ่อเปลี่ยน วัดไชยชุมพลชนะสงคราม พระผู้มีชะตาแข็งแกร่ง แม้แต่ชุมเสือยังให้ความเคารพ ท่านมีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพนับถือท่านอย่างมากมาย อีกทั้งยังมีชื่อเสียงอันโด่งดังเป็นที่โปรดปรานของ ร.๕ ลักษณะของหลวงพ่อเป็นมหาอำนาจ ใครได้พบเห็นน่าเกรงขามยิ่งนัก จนถึงกับมีคำขวัญว่า “เจ้าชู้ต้องวัดเหนือ เป็นอ้ายเสือต้องวัดใต้” ไปติดตามตำนานของหลวงพ่อกันเลย

หากกล่าวถึง หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ เมื่อเยาว์วัยมีนิสัยเป็นนักสู้ เข้มแข็ง เพราะเกิดในวันกล้า คือวันเสาร์ห้าจิตใจจึงกว้างขวาง โยมบิดาโยมมารดาคิดวิตกว่าต่อไปคงจะเอาดีได้ยาก เพราะรูปร่างล่ำสัน ผิวก็ดำ จึงเรียกกันว่า ทองดำ เมื่อย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม ด้วยความเป็นผู้ที่มีนิสัยดังกล่าวข้างต้น จึงมีสมัครพรรคพวกมากขึ้นเรื่อยๆ โยมบิดาจึงตัดสินใจนำไปฝากให้เรียนหนังสือที่วัดใต้ ก็คือวัดไชยชุมพลชนะสงครามในปัจจุบัน โดยนำไปฝากให้เป็นศิษย์ของ ท่านพระครูวิสุทธิรังษี (ช้าง) เจ้าอาวาสและเจ้าคณะเมืองกาญจน์ในสมัยนั้น เมื่อหนุ่มทองคำมาอยู่วัด ก็เปลี่ยนเป็นคนสุขุม เยือกเย็น หนักแน่น สุภาพเรียบร้อยและมีความโอบอ้อมอารีผิดไปเป็นคนละคน โยมบิดาเลยเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า เปลี่ยน นับแต่นั้นเป็นต้นมา ต่อมาเมื่ออายุครบบวช โยมบิดาจึงนำไปอุปสมบทที่วัดใต้ โดยมีพระครูวิสุทธิรังษี (ช้าง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการรอดแห่งวัดทุ่งสมอ กับพระอธิการกรณ์แห่งวัดชุกพี้เป็นคู่สวด

พระอุปัชฌาย์เห็นว่าเป็นคนชะตากล้าแข็งมาก เพราะเกิดในวันเสาร์ห้าตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ถ้าจะให้ฉายาเป็นคนวันเสาร์ ก็เกรงว่าจะกล้าแข็งมากเกินไป จึงให้ฉายาเป็นคนวันอาทิตย์ว่า อินทสโร และได้เล่าเรียนทั้งหนังสือ ขอมและหนังสือไทย ความตั้งใจครั้งแรกจะบวชเพียง ๗ วันเท่านั้น แต่แล้วบุญกุศลก็เสริมให้ปักใจแน่วแน่ในบวรพุทธศาสนาไม่ยอมสึกจวบจนสิ้น อายุขัย นับแต่พระภิกษุเปลี่ยนได้บวชเรียน ก็ได้ปฏิบัติพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด ร่ำเรียนวิชาไหนก็สำเร็จไปทุกอย่าง ด้วยใจที่เด็ดเดี่ยว พูดจริง ทำจริง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหาใดๆ หลวงพ่อช้าง พระอุปัชฌาย์จึงตั้งให้เป็น พระใบฎีกา ฐานาของท่าน จึงเป็นกำลังช่วยท่านตลอดมา

ในเรื่องทางไสยศาสตร์เวทย์มนต์ ของหลวงพ่อใครๆก็รู้กันทั่วว่าเก่งจริงในกรุงเทพฯ สมัย ร.๕ – ร.๖ จะมีพิธีทางไสยศาสตร์แล้ว จะขาดหลวงพ่อวัดใต้เมืองกาญจน์ไม่ได้เลย ดังปรากฏพัดรองและย่ามที่หลวงพ่อได้รับไปจากกรุงเทพฯ เช่น งานถวายพระเพลิง ร.๕ เสวยราชย์ ร.๖ ฉลอง ๑๕๐ ปี พัดจักรี ฯลฯ พอหลวงพ่ออายุ ๗๔ ปี ก็มีการฉลองหลวงพ่อโดยคณะศิษย์จัดขึ้น เป็นงานใหญ่มาก เจ้าใหญ่นายโตทางกรุงเทพฯออกไปในงานมากมายเช่น พระยาพหลพลพยุหเสนา(พจน์ พหลโยธิน) อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยก็เป็นศิษย์ของท่าน มีความเคารพนับถือหลวงพ่อเป็นอย่างมาก ได้เครื่องรางของหลวงพ่อไว้ครบเช่น เสื้อยันต์ (ลงยันต์พระพิลาปป่า มีกำลังมหาศาล อิทธิฤทธิ์มาก) ผ้าประเจียด ชานหมาก ตะกรุด ลูกอม หมอนธง มหารูด หนังหน้าผากเสือ

หลวงพ่อเปลี่ยนได้รับการชมเชยจาก ร.๕ ในคราวเสด็จประพาสเมืองกาญจนบุรีโดยนำพระสงฆ์ ๒๐ รูปมาสวดมนต์รับเสด็จที่พลับพลาว่า “สวด มนต์เก่ง สวดได้ชัดเจน ตลอดจนการลีลา สังโยคน่าฟัง และขัดตำนานได้ไพเราะ” ได้รับของพระราชทานหลายอย่างเป็นที่โปรดปรานของ ร.๕ ลักษณะของหลวงพ่อเป็นมหาอำนาจ ใครได้พบเห็นน่าเกรงขามยิ่งนัก จนถึงกับมีคำขวัญว่า “เจ้าชู้ต้องวัดเหนือ เป็นอ้ายเสือต้องวัดใต้” วัด เหนือหมายถึงพระครูอดุลยสมณกิจ (ดี) ในสมัยนั้น ซึ่งต่อมาได้เลื่อนเป็นพระเทพมงคลรังษ๊ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีสืบแทนหลวงพ่อเปลี่ยน

โดยปกติหลวงพ่อเปลี่ยนเป็นพระเอางานเอาการ ปฏิบัติเคร่งครัดในระเบียบของสงฆ์โดยสมบูรณ์ ขยันทำวัตรสวดมนต์และกวดขันผู้ที่อยู่ในความปกครองอย่างมีความยุติธรรม ใครดีก็ส่งเสริม ใครเลวก็จะเตือน หากเตือนแล้วไม่ฟังก็จะปราบอย่างเด็ดขาด จึงเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวกาญจน์ และเมืองใกล้เคียง สมเด็จพระมหาสมณฯ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศ เขียนชมเชยในตรวจการคณะสงฆ์ จ.กาญจน์ ว่า “หลวงพ่อฉลาดในการปกครองมากแม้เมืองกาญจน์จะมีอาณาเขตกว้างขวาง ก็ปกครองด้วยความเรียบร้อย” หลวง พ่อชอบทางวิปัสสนาธุระได้ฝึกฝนจนมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว วัดไหนจะมีพิธีปลุกเสกเครื่องรางของขลัง สร้างพระพุทธรูปต้องมานิมนต์หลวงพ่อร่วมลงแผ่นอักขระ หรือถ้าท่านว่างก็จะอาราธนามาร่วมพิธีด้วยเสมอ เป็นที่รู้จักกันทั่วไป เสือชื่อดังของเมืองกาญจน์เช่น เสือสาย เสือหัด เสือแก้ว เสือหนอม และรุ่นเก่าคือ อาจารย์บัว อาจารย์บาง ก็เคารพยำเกรงหลวงพ่อมาก หลวงพ่อถึงแก่มรณภาพเมื่ออายุ ๘๕ ปี พระราชทานเพลิงในปลายปี พ.ศ.๒๔๙๐

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งตำนานสุดศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังที่เล่าต่อกันมาตั้งแต่อดีตเกี่ยวกับหลวงพ่อเปลี่ยน วัดไชยชุมพลชนะสงคราม หากใครเลื่อมใสศรัทธาก็ไปสักการะบูชากันได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพระก็เป็นเพียงแค่เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล