มองทุกข์ให้เห็น จึงเป็นสุข

วันนี้ เรื่องเล่า มีข้อคิดเตือนใจดีๆมาฝาก ชีวิตของคนเราทุกคนเกิดมาย่อมมีทั้งความสุขและความทุกข์ปะปนกันไปแต่ หลายคนอาจจะบอกว่าชีวิตเกิดมาไม่เคยมีความสุขเลย มีแต่ความทุกข์มาตลอดและนั่นอาจจะเป็นเพราะคุณมองทุกข์และต้นเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ไม่เห็นจึงทำให้ไม่มีความสุข ไปลองอานบมความเตือนสติกันเลย

ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เรื่องของความสุขนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการกันทั้งนั้น
ไม่มีใครเลยต้องการความทุกข์ความเดือดเนื้อร้อนใจ แต่ว่าโดยธรรมะชั้นสูงของพระพุทธศาสนานี่
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เรารู้ว่าในโลกนี้ไม่มีความสุข มันมีแต่ความทุกทั้งนั้น
ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป นอกจากทุกข์หามีอะไรไม่

พระพุทธศาสนาสอนเรื่องความทุกข์ สอนเหตุให้เกิดทุกข์ สอนเรื่องทุกข์เป็นเรื่องที่ดับได้
แล้วก็สอนวิธีว่า จะดับทุกข์ได้อย่างไร อันนี้เป็นสัจจะ เป็นความจริงที่มีอยู่ในโลก
ความสุขนั้นหามีไม่ มีแต่ความทุกข์ แต่เราก็เรียกว่า มีความสุขที่เรียกว่ามีความสุข
ก็เพราะว่า ทุกข์มันลดน้อยลงไป สมมติว่าเป็นตัวเลขว่า ทุกข์มัน 100

ถ้าลดลงไปอีก 5 เราก็เรียกว่า เป็นความสุขแล้ว เป็นความสุขเพียง 5 เท่านั้นเอง
แต่ว่าอีก 95 นั้นยังเป็นความทุกข์อยู่ หรือถ้าลดลงไปอีกสัก 10 เราก็มีทุกข์อยู่อีกตั้ง 90
ลดลงไปอีก 95 ก็ยังมีทุกข์อยู่อีกตั้ง 5 มันก็ยังมีทุกข์อยู่นั่นเองมันเป็นอย่างนี้

โลกนี้มีแต่ความทุกข์ ถ้าทุกข์ลดลงไปหน่อย ก็เรียกว่า เป็นความสุขเท่านั้นเอง
แต่ว่าท่านก็ไม่เรียกว่า เป็นความสุขอีกแหละ ท่านเรียกว่านั่นคือ ที่สุดของความทุกข์
ใช้คำบาลีว่า “อันโตทุกขัสสะ” แปลว่า นั่นเป็นที่สุดของความทุกข์ คือว่า ทุกข์มันจบเพียงเท่านั้น หมดทุกข์ก็ถึงนิพพาน
นิพพานก็คือ การดับทุกข์ได้ ตราบใดที่ยังมีชีวิตถ้าจิตยังไม่ถึงปัญญา
เราก็ยังจะต้องมีความทุกข์ที่จะต้องทนต่อไป ทนเรื่อยไป

จนกว่าเราจะมีปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งนั้นตามสภาพที่เป็นจริงแล้วเราก็ไม่ต้องทนทุกข์อีกต่อไป จิตของเราไปถึงจุดหมาย
คือ ที่สุดของความทุกข์……

และนี่ก็เป้นอีกหนึ่งข้อคิดเตือนใจดีๆ เกี่ยวกับความทุกข์ ว่าสุดท้ายแล้วที่เราเป้นทุกข์เพราะเราเอาแต่สนใจในสิ่งที่ทำให้ไม่มีความสุข จมอยู่กับความล้มเหลวและไม่ปล่อยวาง เพราะถ้าหากปล่อยวาง ไม่ยึดติดแล้วเราก็จะพบหนทางแห่งความดับทุกข์ที่แท้จริง