“พิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี” พระพุทธรูปที่มีชีวิตหนึ่งเดียวอันศักดิ์สิทธิ์

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำสถานที่สุดศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังที่เหมาะจะไปกราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลกันซักครั้ง อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของสุขภาพใครที่ชอบเจ็บป่วยบ่อยๆ ต้องไปลองสักการะพระมหามัยมุนี หรือ มะฮาเมียะมุนิเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่าดู ซึ่งวัดแห่งนี้เป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานของประเทศเมียนมาและเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่ใช่เจดีย์ วัดแห่งนี้ใครก็ตามที่ไปเมืองมัณฑะเลย์ครั้งแรกจะต้องไปชมสักครั้งไปติดตามประวัติความเป็นมาและความศักดิ์สิทธิ์กันเลย

พระพุทธรูปที่ประดิษฐานเป็นประธานของวัดแห่งนี้เปรียบดั่งพระแก้วมรกตของเมียนมา พระพุทธรูปองค์นี้ยังถือเป็น ‘พระพุทธรูปที่มีชีวิต’ เพราะพระพุทธเจ้าได้ประทานลมหายใจอันศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในพระวรกายของพระพุทธรูปองค์นี้ นี่จึงเป็นต้นกำเนิดของพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี และเป็นหนึ่งในห้าศาสนวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คำว่า มหามัยมุนี แปลว่า “ผู้รู้อันประเสริฐ” (The Great Sage) เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีของพม่าในยุคราชวงศ์คองบอง เดิมทีเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของยะไข่ มีตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธกาลโดยกษัตริย์แห่งเมืองยะไข่ องค์พระทำจากทองสัมฤทธิ์หนัก 6.5 ตัน มีการสร้างบนฐานสูง 1.84 เมตร (6.0 ฟุต) รวมองค์พระมีความสูงทั้งหมดกว่า 3.82 เมตร (12.5 ฟุต) ไหล่กว้าง 1.84 เมตร (6.0 ฟุต) และรอบเอวกว้าง 2.9 เมตร (9.5 ฟุต)

ก่อนสร้างกษัตริย์ผู้สร้างทรงพระสุบินว่า พระพุทธเจ้า เสด็จมาประทานพรให้พระพุทธปฏิมาองค์นี้เป็นตัวแทนของพระองค์ เพื่อเป็นเครื่องสืบพระพุทธศาสนาไปในภายภาคหน้า โดยในอดีตแม้เมืองยะไข่จะถู กโจ มต ีโดยกษัตริย์เมืองอื่นที่ทรงแสนยานุภาพอย่างไร ก็ไม่อาจที่จะเคลื่อนย้ายองค์พระมหามัยมุนีนี้ออกจากเมืองได้ ต้องมีเหตุให้ขัดข้องทุกครั้งไป จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระเจ้าปดุง แห่งราชวงศ์คองบองสามารถต ียะไข่ได้ และได้อัญเชิญพระมหามัยมุนีออกจากยะไข่ได้ในปี พ.ศ. 2327 โดยล่องมาตามแม่น้ำอิระวดีมายังเมืองมัณฑะเลย์ พระมหามัยมุนีจึงได้มาประดิษฐานอยู่ที่เมืองมัณฑเลย์เป็นการถาวรนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ด้วยความเชื่อว่าพระพุทธมหามัยมุนีเป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิต ด้วยเหตุที่ได้รับประทานพรหรือบางตำนานก็กล่าวว่าได้รับประทานลมหายใจจากพระพุทธเจ้า จึงมีประเพณีล้างพระพักตร์ถวายโดยทุกเช้าในเวลาประมาณ 04.00 น. พระมหาเถระและสาธุชนทั่วไปที่ศรัทธาจะมาทำพิธีล้างพระพักตร์ด้วยน้ำอบน้ำหอมผสมทานาคาอย่างดี พร้อมกับใช้แปรงทองแปรงที่พระโอษฐ์เสมือนหนึ่งแปรงพระทนต์ถวายพระพุทธเจ้า ก่อนใช้ผ้าจากศรัทธาสาธุชนที่ถวายมาเช็ดจนแห้งสนิท แล้วนำกลับคืนแก่สาธุชนผู้นั้นไปบูชาต่อ พร้อมใช้พัดทองโบกถวายเป็นอันดี เสมือนหนึ่งได้อุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยังทรงพ ระชน มชี พอยู่

อนึ่ง องค์พระมหามัยมุนีมีการปิดทองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเป็นรอ ยย่ นต ะปุ่ มตะป่ำไปทัวทั้งองค์ ซึ่งหากเอานิ้วก ดลงไปจะรู้สึกได้ถึงความอ่อนนิ่มของทองคำเปลวที่ปิดทับซ้อนกันนับเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ชั้น ตลอดระยะเวลาเนิ่นนานหลายศตวรรษ ทำให้พระมหามัยมุนีมีอีกพระนามหนึ่งว่า “พระเนื้อนิ่ม” แต่น่าแปลกที่ว่าแม้จะมีการปิดทองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนองค์พระใหญ่ขึ้นเพียงใดก็ตาม แต่พระพักตร์ขององค์พระมหามัยมุนีก็ยังแลดูใหญ่ตามองค์พระอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่ไม่ได้มีการปิดทองที่องค์พระพักตร์เลยแม้แต่น้อย และยังมีประติมากรรมสำริดทั้งหมดนี้แต่เดิมตั้งเรียงกันในอาคารและเข้าไปสัมผัสได้ ชาวเมียนมาเชื่อว่าหากเจ็บป่วยที่ใดให้ลูบไปที่บริเวณนั้น จะช่วยทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลาลง แต่ปัจจุบันมีทั้งแนวกั้น ทั้งยกขึ้นสูง ทำให้ไม่สามารถเข้าไปสัมผัสได้เหมือนเดิมอีกแล้ว

ในประเทศไทย ที่วัดหัวเวียง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีองค์พระจำลองของพระมหามัยมุนีนี้เป็นพระประธานของวัด ในบรรดาพระมหามัยมุนีจำลองในประเทศไทย พระเจ้าพาราละแข่งถือเป็นองค์ที่เก่าที่สุด เพราะสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2460 หลังจากเหตุเพ ลิ งไห ม้ครั้งใหญ่ที่วัดพระมหามัยมุนีที่เมืองมัณฑะเลย์เพียง 33 ปี

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งวัดที่ประเทศพม่าที่เหมาะจะไปไหว้ขอพร หรือเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ต้องไป ถ้าไม่ไปเรียกว่ามาไม่ถีงเมียนมา หากใครเลื่อมใสศรัทธาก็ไปสักการะบูชากันได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพระเป็นเพียงแค่เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล