จิตที่ข่ มได้แล้วนำสุขมาให้

วันนี้ เรื่องเล่า ขอแนะนำข้อคิดเตือนสติดีๆ จากสมเด็จพระญาณสังวร เกี่ยวกับจิตที่ข่ มได้แล้วนำสุขมาให้มาฝากกัน จิตนั้นเป้นสิ่งที่เอนอ่นได้ง่าย ถ้าไม่รู้จักควบคุมจิตให้ดีรับรองว่าจิตนั้นจะลอยหลุดไปหากิเลสซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียกับตัวเอง เมื่อเข้าสู่กิเลสก้จะมีแต่ความทุกข์มีแต่ ความโลภ โกรธ หลง เพราะควบคุมจิตใจตัวเองไม่ได้ ดังนั้นเราตองรู้จักข่ มจิตใจไว้ ควบคุมมันให้ได้ ไปติดตามกันเลยว่าถ้าควบคุมจิตได้จะมีความสุขจริงไหม

อันสติและปัญญาเป็นสิ่งที่สำคัญที่จำเป็นในการข่ มจิตฝึกจิต “ปราศจากสติและปัญญาแล้วการข่ มจิตจะไม่เกิดผล จิตนั้นข่ มยาก” พระพุทธองค์ก็ทรงกล่าวไว้แล้ว “จิตที่ข่ มยาก จึงน่าเปรียบได้กับคนดื้อเกเรซึ่งเคารพเหตุผล” เพราะคนดื้อเกเรซึ่งเคารพเหตุผลนั้น เป็นคนที่อาจเอาชนะให้หายดื้อหายเกเรได้ ถ้าสามารถหาเหตุผลมาทำ ให้ยอมจำนนให้ยอมเชื่อว่า “ความดื้อเกเรทั้งหลายของเขานั้นไม่ดีอย่างไร”

จิตที่ข่ มยากก็เช่นกัน “แม้อบรมสติปัญญาให้เกิดขึ้นเพียงพอ จนสามารถรู้ผิดชอบชั่วดีอะไรควรอะไรไม่ควรได้แล้ว จิตก็จะละสิ่งที่ผิดที่ชั่วที่ไม่ควรได้” เรียกว่า “สติและปัญญาสามารถข่ มจิตไว้ได้” ไม่ให้กวั ดแก ว่งดิ้ นร นท ะยา นอยากไปในสิ่งที่น่าใคร่น่าปรารถนาพอใจทั้งหลาย โดยไม่คำนึงถึงความดีไม่ดี ควรไม่ควรเสียเลย “จิตที่ข่ มได้แล้ว” หยุดก วัดแก ว่งวุ่ นว ายแล้ว หยุดต กอยู่ใต้อำนา จความปรารถนาพอใจแล้ว “เป็นจิตที่นำสุขมาให้” จริง ๆ .. ”

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อคิดดีๆ จิตนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ภายในใจของเราทุกคน ถ้าเราสามารถควบคุมมันได้ก็จะทำให้เรามีสติอยู่ทุกการกระทำซึ่งจะทำให้ไม่หลงผิดไปทำชั่ว สามารถแยกแยะถูกผิดได้ เมื่อทำทุกอย่างด้วยสติรับรองว่าชีวิตนี้จะพบเจอแต่ความสุข ความเจริญเพราะจิตใจไม่ไหวเอนไปตามลม ไม่ถูกชักจูงง่าย คิดไตร่ตองเป็น

“ธรรมลีลา ฉบับที่ ๑๑๐ มกราคม ๒๕๕๓
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙